21/05/2026
จังหวะดีๆ ของชาวเที่ยวยุโปรอย่างเราๆ ใครที่มีเชงเก้นอยู่แล้ว ต้องอ่านค่ะ
ข่าวดีสำหรับนักเดินทางชาวไทยสายยุโรป เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปได้อนุมัติมาตรการที่เรียกว่า ‘Visa Cascade’ หรือระบบการออกวีซ่าแบบขั้นบันได ให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าเชงเกนประเภทพำนักระยะสั้น (Short-stay)
ไทยรัฐพลัสจะพาไปเจาะลึกว่ามาตรการนี้คืออะไร? ทำไมคนไทยถึงได้รับสิทธิพิเศษนี้? และหนทางที่ไทยกำลังผลักดันเพื่อไปสู่เป้าหมายใหญ่นั่นคือ ‘ฟรีวีซ่าเชงเกน’ นั้นเดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว?
▪️ คนไทยไปยุโรปง่ายขึ้นจริงไหม?
มาตรการ Visa Cascade ไม่ใช่การยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) หรือฟรีวีซ่าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มอบสิทธิให้กับนักเดินทางที่มีประวัติการเดินทางดี ใช้วีซ่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เคยแอบพำนักเกินกำหนด (Overstay) ดังนั้น กระบวนการยื่นขอวีซ่าไม่มีการผ่อนปรนเงื่อนไข และยังคงเข้มงวดเหมือนเดิมทุกประการ
สำหรับสิทธิที่จะได้รับวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple-entry visa) ที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นนั้น ตามมาตรการใหม่มีดังนี้
บันไดขั้นที่ 1 (วีซ่าอายุ 1 ปี): สำหรับคนที่เคยได้รับวีซ่าเชงเกนมาแล้ว 1 ครั้ง และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในช่วงไม่เกิน 2 ปีก่อนหน้า
บันไดขั้นที่ 2 (วีซ่าอายุ 2 ปี): สำหรับคนที่เคยได้รับวีซ่าแบบอายุ 1 ปีมาแล้ว และใช้อย่างถูกต้อง ในช่วงไม่เกิน 3 ปีก่อนหน้า
บันไดขั้นที่ 3 (วีซ่าอายุ 5 ปี): สำหรับคนที่เคยได้รับวีซ่าแบบอายุ 2 ปีมาแล้ว และใช้อย่างถูกต้อง ในช่วงไม่เกิน 4 ปีก่อนหน้า
นักท่องเที่ยวชาวไทยบางส่วนอาจมีประสบการณ์ขอวีซ่ามาหลายครั้ง และได้รับวีซ่าในลักษณะคล้ายคลึงกับขั้นบันได้ข้างต้นมาสักพักแล้ว แต่ Visa Cascade หลังจากนี้คาดว่าจะเป็นมาตรฐานให้ทุกประเทศเขตเชงเกนพิจารณาคำขอจากผู้ถือหนังสือเดินทางไทยได้บนมาตรฐานเดียวกัน
คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยระบุว่า กฎระเบียบใหม่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักเดินทางสัญชาติไทยที่เดินทางเป็นประจำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เชงเกนทั้งหมดได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมทั้งรัฐสมาชิกอียู 25 ประเทศ รวมถึงไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์
ซึ่งความสำเร็จตรงนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นผลจากกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (PCA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ตุลาคม 2567 ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกใหญ่ที่ปลดล็อกความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และการเดินทางให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
▪️ ทำไมอียูต้องอนุมัติให้ไทย?
กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันคนไทยคือกลุ่มคนที่ยื่นขอวีซ่าเชงเกนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และสูงถึงอันดับ 9 ของโลก
แต่จำนวนที่เยอะอย่างเดียวคงไม่พอ สิ่งที่ทำให้อียูตัดสินใจมอบสิทธินี้ให้ คือคุณภาพของนักเดินทางชาวไทย ซึ่งพบอัตราการถูกปฏิเสธวีซ่าน้อย และอัตราการพำนักเกินเวลาก็ต่ำ
จนกระทั่งประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 7 ประเทศของโลก ที่ได้รับการพิจารณาให้ใช้มาตรการ Visa Cascade นี้ ต่อจากอินเดีย ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และโอมาน ในปี 2567 รวมถึงตุรกีและอินโดนีเซียในปี 2568 และเรายังเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียนที่ได้สิทธินี้
หากย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์จะเห็นว่า ไทยตั้งเป้าหมายเรื่องนี้อย่างจริงจังมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ใช้โอกาสพบหารือกับ นางลุยซา ราแกร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในวาระเข้ารับหน้าที่ เพื่อผลักดันเร่งรัด FTA ไทย-อียู ให้จบภายในปี 2569
และที่สำคัญคือการขอความร่วมมือด้านการอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่า โดยรัฐมนตรีฯ สีหศักดิ์ ได้วางหมากเจรจาแบบ Two-Track คือ เรียกร้องเป้าหมายสูงสุดอย่างฟรีวีซ่าเชงเกน ไปพร้อมๆ กับการขอให้พิจารณาระบบ Visa Cascade ที่คนไทยได้สิทธิในวันนี้เป็นเป้าหมายระยะสั้น
สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศคือการที่ภาครัฐ "ขอขอบคุณผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกคน" ที่เดินทางอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง เพราะเครดิตส่วนบุคคลของนักเดินทางทุกคนนี้คือแต้มต่อสำคัญที่ทำให้กระทรวงฯ สามารถนำไปใช้เป็นไพ่ในการเจรจาต่อรองบนเวทีโลกต่อไป
▪️ ไทยยังมีโอกาสได้ ‘ฟรีวีซ่าเชงเกน’ อยู่ไหม?
การปลดล็อก Visa Cascade เป็นเพียงบันไดขั้นแรก จากเป้าหมายสูงสุดที่รัฐบาลไทยหลายสมัยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำลังเดินหน้าผลักดันสิทธิยกเว้นการขอวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa Exemption) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "ฟรีวีซ่า" มาให้คนไทยให้ได้
เพื่อที่จะเข้าใจการเจรจาตรงนี้ เราต้องมองผ่านเลนส์การเมืองระหว่างประเทศก่อนว่า นโยบายวีซ่าคือเครื่องมือสำคัญทางนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะสำหรับสหภาพยุโรป กรณีระบบ Visa Cascade ที่เราได้ในวันนี้เปรียบเสมือนพื้นที่จุดกึ่งกลาง (Middle Ground) ที่อียูสามารถหยิบยื่นสิทธิพิเศษด้านการเดินทางเพื่อตอบแทนพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ โดยที่ไม่ต้องผูกมัดตัวเองกับการให้ฟรีวีซ่าแบบถาวร
เพราะการจะอนุมัติฟรีวีซ่าแบบเต็มรูปแบบได้นั้น อียูจะต้องผ่านกระบวนการประเมินที่เข้มงวดและละเอียดมาก เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศนั้นๆ จะไม่สร้างความเสี่ยงเรื่องการลักลอบเข้าเมือง การฉวยโอกาสลี้ภัย หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของยุโรป
ปัจจุบันมีรายงานว่า สหภาพยุโรปยังไม่มีกำหนดเวลาจะยกเว้นวีซ่า ซึ่งจะต้องพิจารณาคำขอจากทุกประเทศพร้อมกันเป็นรอบไป ดังนั้น เมื่อยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจน รัฐบาลไทยก็ใช้การทูตเชิงรุกเพื่อผลักดันวาระนี้อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับกรมยุโรป เผยแพร่บทความในนิตยสาร The Parliament ที่นักการเมืองและผู้กำหนดนโยบายในบรัสเซลส์อ่านกัน ในหัวข้อที่ว่า "Why Thailand should be exempt from Schengen visa" ทำไมประเทศไทยจึงควรได้รับการยกเว้นวีซ่าเชงเกน? เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ Article 1 ของระเบียบอียู 2018/1806 ได้แก่
1. คนไทยคือกลุ่มนักเดินทางระดับ High Spender ก่อนโควิดระบาด ซึ่งพบว่าคนไทยไปยุโรปเกือบ 1.6 ล้านคน สร้างเม็ดเงินไว้ถึง 2.3 พันล้านยูโร และพอผ่านพ้นช่วงโควิดเมื่อปี 2566 ตัวเลขก็พุ่งกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งถึง 6.6 แสนคน ทำรายได้ให้ยุโรปถึง 1.6 พันล้านยูโร ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยังเป็นฝ่ายที่มอบสิทธิฟรีวีซ่าและ Visa on Arrival (VOA) ให้กับประชากรจากเขตเชงเกนแล้ว ดังนั้น การสนับสนุนแบบต่างตอบแทนจึงนับว่าเป็นความสมเหตุสมผล
2. ข้อมูลจาก Eurostat เปิดเผยข้อมูลในรอบกว่าทศวรรษที่ผ่านมาว่า คนไทยที่ลักลอบพำนักผิดกฎหมายในเขตเชงเกนมีสัดส่วนเพียง 0.1% จากการกระทำผิดทั้งหมด ขณะที่สถิติการขอลี้ภัยเข้าอียูก็มีเพียง 51 คำร้องต่อปี
3. หนังสือเดินทางไทยในปัจจุบันผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากฝรั่งเศส (THALES) เป็นระบบ Machine-readable ที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีความปลอดภัยสูงกว่าเกณฑ์ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนดไว้ด้วย
4. ไทยเป็นพันธมิตรที่อียูไว้วางใจมาอย่างยาวนานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นฐานทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับงานด้านการทูต มนุษยธรรม และการพัฒนาของอียูในภูมิภาคนี้
การสื่อสารจุดยืนอย่างตรงไปตรงมาสะท้อนว่าไทยไม่ได้เป็นแค่ฝ่ายที่ร้องขออยู่อย่างเดียว แต่เราใช้พื้นฐานของข้อมูลและผลประโยชน์ร่วมกันในการเจรจา
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของการทำงานที่ส่งผลให้เราคว้า Visa Cascade มาได้ในวันนี้ และถือเป็นก้าวสำคัญที่ขยับเราให้เข้าใกล้เป้าหมาย ‘ฟรีวีซ่าเชงเกน’ มากขึ้น
▪️ พลังแรงผลักดันสู่ฟรีวีซ่า คือเครดิตจากคนไทยทุกคน
การอนุมัติระบบ Visa Cascade จากสหภาพยุโรปในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดขั้นตอนทางเอกสาร ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าแต่ละรอบแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ประชาคมยุโรปมีต่อนักเดินทางชาวไทย
ระหว่างที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าเจรจาและผลักดันฟรีวีซ่าเชงเกนแบบเต็มรูปแบบในอนาคต สิ่งที่นักเดินทางอย่างเราสามารถช่วยสนับสนุนประเทศและสิทธิของผู้ถือหนังสือเดินทางไทยได้ดีที่สุด คือการรักษาประวัติการเดินทางที่ดี เคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง เดินทางอย่างมีความรับผิดชอบ และไม่แอบพำนักเกินระยะเวลาที่กำหนด
การกระทำเหล่านี้ไม่ได้แค่รักษาเครดิตให้ตัวเองขอวีซ่าผ่านง่ายขึ้นในครั้งหน้าเท่านั้น แต่มันคือการสร้างสถิติที่จะถูกรวบรวมส่งกลับไปเป็นแต้มต่อสำคัญให้ทีมเจรจาของไทยใช้ยืนยันกับสหภาพยุโรปว่า คนไทยมีศักยภาพและคุณภาพคู่ควรกับการได้รับยกเว้นวีซ่าแค่ไหน
ไม่ว่าทริปต่อไปจะแพลนไปจิบกาแฟริมแม่น้ำแซนที่ปารีส ดูงานศิลปะที่อิตาลี หรือขับรถเที่ยวชมธรรมชาติในสวิตเซอร์แลนด์ ขอให้สนุกกับการเดินทางด้วยความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น และหวังว่าพลังของการเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีของเราทุกคน จะช่วยให้เราได้รอฟังข่าวใหญ่เรื่อง "ฟรีวีซ่าเชงเกน" ร่วมกันในอนาคต
#ไทยรัฐพลัส #เที่ยวยุโรป #ยุโรป #ขอวีซ่า #วีซ่าเชงเก้น #วีซ่าเชงเกน #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ