Data Wow We enable clients to realize increased productivity by solving most complex issues with data and AI.

Data Wow is an expert in data processing and a leader in AI development. With vigorous computer visions and best-in-class solutions supported by our strong Japanese partner, we offer end-to-end tailored solutions across all data stages – data labeling, management, and deployment. We are well-equipped with the capabilities to deploy web/app development, data pipeline and warehouse, data analytics,

data security, Artificial Intelligence (AI), and Machine Learning (ML). Examples of our solutions and technologies are full-service data labelling and tools, data engineering, predictive analytics, big data, and tech/AI consultation and training. We leverage our knowledge in an extremely specific domain to address and tackle novel business problems via data-driven systems. We are industry agnostic, and we solve pressing issues for companies of all sizes – from startups to large enterprises. Through our holistic approach, we combine the latest technology with in-depth business understanding to deliver actionable, impactful and measurable values. Interested to learn more or work with us, please visit us via our website https://datawow.io/careers

ยุคที่ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ผู้คนไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อค้นหาข้อมูลทั่วไป แต่เริ่มใช้ช่วยคิดงาน วิเคราะห์ข้อมูล ...
31/05/2026

ยุคที่ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ผู้คนไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อค้นหาข้อมูลทั่วไป แต่เริ่มใช้ช่วยคิดงาน วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนชีวิต หรือแม้แต่ถามเรื่องส่วนตัวมากขึ้น
คำถามในใจผู้ใช้จึงไม่ใช่แค่ "AI ช่วยอะไรเราได้บ้าง" แต่เริ่มกลายเป็น "AI รู้จักเรามากเกินไปหรือเปล่า"
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น หลังมีรายงานว่า OpenAI เปิดใช้ Marketing Cookies เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ ChatGPT แบบฟรีบางกลุ่มเพื่อโปรโมตบริการบนแพลตฟอร์มอื่น แม้บริษัทจะระบุว่าไม่ได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์โฆษณาก็ตาม
📌📌 AI เริ่มแตะเรื่อง Cookies และ Tracking
เดิมทีผู้คนมักมอง AI เป็นพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นการคุยโดยตรง ไม่ใช่การเลื่อนฟีดหรือกดไลก์ แต่เมื่อแพลตฟอร์ม AI เริ่มนำระบบ Ads, Cookies และ Tracking เข้ามาเกี่ยวข้อง ความรู้สึกของผู้ใช้อาจเปลี่ยนไปทันที
เนื่องจากข้อมูลจากการคุยกับ AI สะท้อนความสนใจ ปัญหา หรือเป้าหมายส่วนตัวได้ลึกกว่าการคลิกโฆษณาทั่วไป ต่อให้แพลตฟอร์มไม่ได้แชร์บทสนทนาโดยตรง แต่การใช้ Cookies หรือ Identifiers เพื่อทำตลาด ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้ตั้งคำถามว่า ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ลึกซึ้งถึงขั้นไหน
📌📌เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้กับ AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
ความกังวลเรื่อง AI Privacy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนแพลตฟอร์ม AI เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่สะท้อนว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว
▪️เทคโนโลยีจดจำใบหน้า: มีกรณีที่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบตรวจจับและจดจำใบหน้า รวบรวมรูปภาพจากโซเชียลมีเดียไปสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของภาพ จนถูกหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศสั่งปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาล
▪️แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่: เคยถูกร้องเรียนเรื่องการนำข้อมูลและรูปภาพของผู้ใช้บริการไปฝึกฝน AI ของบริษัท โดยอ้างฐานประโยชน์อันชอบธรรมแทนการขอความยินยอมอย่างชัดเจน (opt-in) นำไปสู่คำถามว่าแพลตฟอร์มควรนำข้อมูลผู้ใช้ไปพัฒนา AI ได้ไกลแค่ไหน
▪️การใช้งานในระดับองค์กร: มีกรณีที่พนักงานนำ Source Code และข้อมูลลับภายในองค์กรไปใส่ในระบบ Generative AI สาธารณะเพื่อให้ช่วยตรวจทานงาน จนทำให้ข้อมูลรั่วไหลและหลายบริษัทต้องออกคำสั่งจำกัดการใช้งานภายในองค์กรทันที
เคสเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้าน AI Privacy ไม่ได้เกิดจากตัว AI เท่านั้น แต่เกิดจากวิธีที่แพลตฟอร์ม แบรนด์ และบุคลากรนำข้อมูลไปใช้งานด้วย
📌📌เพราะแบรนด์ต้องโปร่งใส
สำหรับนักการตลาด AI ช่วยให้แคมเปญแม่นยำขึ้น ทั้งการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ทำ Personalization และวัดผลอย่างละเอียด แต่ในยุค AI Marketing ความแม่นยำอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะโฆษณาที่ตรงใจเกินไปโดยไม่รู้ที่มาของข้อมูล อาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ากำลังถูก ‘คุกคาม’ มากกว่า ‘เข้าใจ’
แบรนด์จึงต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า เก็บข้อมูลอะไร นำไปใช้ทำอะไร นานแค่ไหน และผู้ใช้จะปฏิเสธหรือจัดการข้อมูลได้อย่างไร เพราะความโปร่งใสนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์โดยตรง
📌📌Trust จะกลายเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์
เพื่อป้องกันความเสี่ยง แบรนด์ควรจัดทำแนวปฏิบัติการใช้ AI (AI Governance) ที่ชัดเจน เช่น
▪️ห้ามใส่ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าใน AI สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
▪️แยกประเภทข้อมูลที่ยอมรับให้ใช้กับ AI ได้อย่างชัดเจน
▪️ขอความยินยอมอย่างโปร่งใส และมีระบบยกเลิก (opt-out) ที่ง่าย
▪️อบรมทีม Marketing, Sales และ Customer Service ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
ในอนาคต แบรนด์ไม่ได้แข่งกันแค่ใครมี Data มากกว่า หรือทำ Personalization ได้แม่นยำกว่า แต่แข่งกันว่าใครจะทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยได้มากกว่ากัน
Privacy ในยุค AI Marketing จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายหรือเทคนิค แต่เป็นเรื่องของความเชื่อใจโดยตรง แบรนด์ที่ใช้ AI อย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเคารพข้อมูลลูกค้า จะได้เปรียบกว่าแบรนด์ที่มอง Data เป็นเพียงเครื่องมือยิงโฆษณาให้แม่นยำขึ้นเท่านั้น


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

เมื่อก่อน AI อาจถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดให้เร็วขึ้น แต่วันนี้บทบาทของ AI กำลังเปลี่ยนไปจากผู้ช่วยที่ทำง...
29/05/2026

เมื่อก่อน AI อาจถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดให้เร็วขึ้น แต่วันนี้บทบาทของ AI กำลังเปลี่ยนไปจากผู้ช่วยที่ทำงานเฉพาะจุด ไปสู่ระบบที่สามารถเข้าใจโจทย์ วิเคราะห์ปัญหา และช่วยทำงานหลายขั้นตอนได้มากขึ้น
การเปิดตัว Claude Opus 4.7 ของ Anthropic จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงการเทคโนโลยี ด้วยความสามารถด้านการเขียนโค้ด การคิดเชิงเหตุผล (Reasoning) และการทำงานในลักษณะ Agentic Coding ที่รองรับงานซับซ้อนมากขึ้น
📌📌 AI เขียนโค้ดยุคใหม่ต่างจากเดิมอย่างไร
AI แบบเดิมมักช่วยงานเฉพาะจุด เช่น เติม Syntax อธิบาย Error หรือเขียนฟังก์ชันตามคำสั่ง แต่ระบบรุ่นใหม่สามารถมองภาพรวมของงานได้มากขึ้น ตั้งแต่การอ่าน Requirement วิเคราะห์ Codebase ตรวจสอบ Logic ไปจนถึงเสนอแนวทางแก้ไขที่เชื่อมโยงทั้งระบบ
เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องมืออย่าง Claude Code หรือระบบ Agent อื่น ๆ AI จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทใน Workflow ของการพัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ
📌📌 ผลกระทบไม่ได้เกิดกับ Developer เท่านั้น
สาย Data สามารถใช้ AI ช่วยเขียน Query ตรวจสอบ Logic และสรุปข้อมูลที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น ขณะที่สาย Product ก็สามารถใช้ช่วยสรุป Requirement วิเคราะห์ Workflow หรือสร้าง Prototype เพื่อทดสอบไอเดียได้รวดเร็วกว่าเดิม
สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือรูปแบบการทำงานของทีม Tech จากเดิมที่คนทำทุกอย่างเอง ไปสู่การทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยลดเวลางานซ้ำ ๆ และเพิ่มความเร็วในการทำงาน ทักษะสำคัญจึงไม่ใช่แค่เขียนโค้ดเก่ง แต่คือ
▪️การตั้งโจทย์ให้ชัด
▪️การตรวจสอบผลลัพธ์
▪️ความเข้าใจระบบและ Architecture
▪️การตัดสินใจว่างานไหนควรใช้ AI และงานไหนควรใช้มนุษย์
เพราะแม้ AI จะช่วยเพิ่มความเร็วได้มาก แต่หากโจทย์ผิด หรือขาดการ Review ที่ดี ความเร็วเหล่านั้นก็อาจกลายเป็น Technical Debt หรือปัญหาด้าน Security ในระยะยาวได้เช่นกัน
📌📌การแข่งขันของ AI กำลังเข้าสู่ยุค “Agent”
ปัจจุบันหลายบริษัทกำลังพัฒนา AI สำหรับงานเขียนโค้ดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Codex จาก OpenAI หรือ Gemini Code Assist และ Jules จาก Google ที่เริ่มเข้ามาช่วยตั้งแต่การเขียนโค้ด ตรวจสอบระบบ ไปจนถึงดูแล Workflow ตลอด Software Development Lifecycle
แนวคิดของ AI Agent ยังเริ่มขยายออกจากงานเขียนโค้ด ไปสู่การเชื่อมต่อกับเครื่องมือทำงานต่าง ๆ เช่น Gmail, Docs, Sheets และระบบภายในองค์กร เพื่อช่วยจัดการงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น ความได้เปรียบในยุค AI จึงอยู่ที่ใครสามารถใช้ AI ได้ถูกงาน ควบคุมคุณภาพได้ดี และเข้าใจระบบมากพอที่จะตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

เก็บตกภาพบรรยากาศความรู้แบบจัดเต็ม! จากเวิร์กชอป AI for Sales Operations ที่จัดขึ้นโดย Cariber 🚀ในยุคที่การขายไม่ได้แข่ง...
22/05/2026

เก็บตกภาพบรรยากาศความรู้แบบจัดเต็ม! จากเวิร์กชอป AI for Sales Operations ที่จัดขึ้นโดย Cariber 🚀

ในยุคที่การขายไม่ได้แข่งกันแค่ที่ทักษะ แต่แข่งกันที่ความเร็วและแม่นยำในการใช้ Data AI จึงเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทรานส์ฟอร์มทีมขายให้กลายเป็น ‘Super Sales’

เวิร์กชอปครั้งนี้ คุณต้น-เจษฎากร สมิทธิอรรถกร CEO ของเรา ได้ร่วมเป็นวิทยากรส่งต่อประสบการณ์และกลยุทธ์การขับเคลื่อนยอดขายด้วย AI ตั้งแต่การทำ Lead Scoring, Sales Automation ไปจนถึงการพยากรณ์ยอดขายแบบแม่นยำ เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถโฟกัสลูกค้าที่ใช่และปิดดีลได้ไวขึ้น

ในฐานะผู้นำด้าน Data และ AI Solution ... Data Wow เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีระดับสูงมาปรับใช้ให้ตอบโจทย์ธุรกิจได้จริง เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรไทยให้ก้าวล่วงไปอีกขั้นในตลาดยุคดิจิทัล

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปทุกท่าน และทาง Cariber ที่ร่วมสร้างสรรค์พื้นที่แห่งการเรียนรู้นี้


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

ภาพจำจากนิยายวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโลกอนาคตที่มีแรงงานดิจิทัลและหุ่นยนต์คอยทำงานแทนมนุษย์กำลังกลายเป็นจริง เพราะวันนี้ AI ...
19/05/2026

ภาพจำจากนิยายวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโลกอนาคตที่มีแรงงานดิจิทัลและหุ่นยนต์คอยทำงานแทนมนุษย์กำลังกลายเป็นจริง เพราะวันนี้ AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือตอบคำถามแต่กำลังก้าวสู่บทบาท ‘ผู้ช่วยทำงาน’ ที่เข้าใจบริบทขององค์กรและช่วยจัดการงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สะท้อนได้จากการเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Anthropic ที่เปิดตัว Claude Coworker ขณะที่ OpenAI ก็ผลักดัน Workspace Agents ใน ChatGPT และ Codex เพื่อพา AI เข้าไปช่วยจัดการข้อมูล ระบบ และ Workflow ภายในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
📌📌 Workspace Agents คืออะไร?
คือฟีเจอร์ที่เปิดให้องค์กรสร้าง AI Agent ภายใน ChatGPT ซึ่งเป็นพัฒนาการต่อยอดจาก Custom GPT โดยเพิ่มความสามารถด้าน Workflow Automation การเชื่อมต่อเครื่องมือองค์กร และการทำงานต่อเนื่องบนคลาวด์
เอเจนต์เหล่านี้จะดึงข้อมูลจากเอกสาร ระบบ หรือแอปต่าง ๆ ขององค์กร เช่น Slack เพื่อนำมาสรุป วิเคราะห์ และช่วยทำงานต่อได้ตามบริบทจริงของบริษัท เช่น
▪️ทีม HR สามารถมี Agent ช่วยตอบคำถามเรื่องวันลาและสวัสดิการตามนโยบายล่าสุด
▪️ทีมการตลาดใช้สรุปข้อมูลประสิทธิภาพ (Performance) จากหลาย Dashboard ได้อัตโนมัติ
▪️ทีมขายใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าจากระบบ CRM เพื่อเตรียมสรุปข้อมูลก่อนเข้าประชุม
ช่วยให้พนักงานลดงานเอกสารและมีเวลาโฟกัสกับงานหลักมากขึ้น
📌📌 เอเจนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Codex
เอเจนต์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วย เป็นโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้านซอฟต์แวร์และวิศวกรรมโค้ดโดยเฉพาะ จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนวิศวกรร่วมทีมที่ช่วยตั้งแต่อ่าน Requirement ทำความเข้าใจระบบเดิม เขียนโค้ด ตรวจสอบ Bug ไปจนถึงสรุปเอกสารทางเทคนิค
ระบบนี้ทำงานบนคลาวด์และทำงานได้ต่อเนื่องแม้เราจะไม่ได้เปิดหน้าจอทิ้งไว้ ช่วยย่นระยะเวลาการไล่อ่านโค้ดเก่าจำนวนมากจากหลายชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งนี่ไม่ใช่การแข่งขันของ OpenAI เพียงรายเดียว เพราะ Anthropic ก็กำลังผลักดัน Claude Code และ Claude Cowork ในทิศทางเดียวกัน สิ่งนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้มาเพื่อแทนที่คน แต่มาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพื่อให้มนุษย์โฟกัสกับการตัดสินใจที่ซับซ้อนได้เต็มที่
📌📌ในโลกของการทำงานเราควรปรับตัวอย่างไรบ้าง
เมื่อ AI กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบงาน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ใช้ AI เป็นไหม แต่คือจะใช้ AI ทำอะไรได้บ้าง
เราสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ โดยให้ AI ช่วยสรุปรายงานการประชุม วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น ร่างสไลด์นำเสนอ หรือดึงข้อมูลจากหลายระบบมารวมกันโดยอัตโนมัติ แทนการเสียเวลาเปิดหลายหน้าต่างเพื่อคัดลอกข้อมูลเอง
ในอนาคต ความได้เปรียบของคนทำงานอาจไม่ใช่การเป็นคนที่ทำทุกอย่างได้เร็วที่สุดด้วยตัวเอง แต่คือคนที่รู้ว่าควรส่งต่อยอดงานไหนให้ AI ทำแทน เพื่อนำเวลาและพลังสมองไปใช้กับกับการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และงานที่ยังต้องใช้ความเข้าใจมนุษย์มากกว่า


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

ปีนี้เทรนด์ Agentic AI กำลังมาแรง จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ช่วยตอบคำถามกำลังก้าวไปสู่การเป็นผู้ลงมือทำงานแทนแบบอัตโนมัติ เพ...
16/05/2026

ปีนี้เทรนด์ Agentic AI กำลังมาแรง จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ช่วยตอบคำถามกำลังก้าวไปสู่การเป็นผู้ลงมือทำงานแทนแบบอัตโนมัติ เพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อนในองค์กร ทำให้หลายคนสงสัยว่าแล้ว AI ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง กับ มีความแตกต่างกันอย่างไร และงานของคุณเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน?
🤖 OpenClaw AI Agent สายลุย ทำงานแทนคุณทั้งระบบ
OpenClaw ถูกออกแบบมาให้เป็น Agentic AI ที่เน้นการลงมือทำ เพียงสั่งงานผ่าน Prompt ครั้งเดียว AI จะวางแผนและดำเนินการต่อเองจนจบ เหมาะสำหรับสาย Dev, Data และ MarTech ที่ต้องการระบบอัตโนมัติ
📌📌 จุดเด่น
▪️Proactive Working: ทำงานต่อเนื่องได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งย่อย (Autonomous)
▪️Smart Assistant: สรุปรายงาน ส่งอีเมล แจ้งเตือน และจัดการเอกสารได้ครบวงจร
▪️Web Automation: ค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ และเขียนสรุปผลจากหน้าเว็บให้อัตโนมัติ
▪️Technical Support: เขียน Code, Debug และจัดการ Workflow ของโปรเจกต์ได้แม่นยำ
▪️System Integration: เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานแทนมนุษย์ในโปรแกรมต่างๆ
🧩 เหมาะกับ Developer, Software Engineer, Project Manager และ Data Analyst
💬 ChatGPT: AI Assistant สายคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์
ChatGPT คือ Chat Assistant ที่โดดเด่นเรื่องการสื่อสารแบบถาม-ตอบ (Conversational AI) เน้นการประมวลผลข้อมูลตามคำสั่ง เพื่อให้คำแนะนำหรือสร้างเนื้อหาตามโจทย์ที่ได้รับ
📌📌 จุดเด่น
▪️Content Creation: เขียนบทความ สคริปต์ และแปลภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
▪️Idea Generation: ช่วย Brainstorm ไอเดีย วางโครงร่างโปรเจกต์ หรือหาแนวคิดใหม่ๆ
▪️Quick Research: ค้นหาข้อมูล สรุปเนื้อหายาวๆ และวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นได้รวดเร็ว
▪️Flexible Tools: รองรับการใช้งานผ่าน Plugins และ API เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นๆ
🧩 เหมาะกับContent Creator, นักการตลาด, นักเขียน และทีมที่ต้องการตัวช่วยระดมสมอง
📌📌 สรุปสั้น ๆ เลือกใช้ตัวไหนดี?
เหมาะกับงานช่วยคิดและหาข้อมูลเน้นความรวดเร็วในการสร้างสรรค์ไอเดีย
เหมาะกับงานลงมือทำและจัดการระบบ เน้นความต่อเนื่องและลดการทำงานด้วยมือ
การใช้ AI ทั้งสองรูปแบบร่วมกันจะช่วยยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปจนถึงการลงมือทำจนเสร็จสิ้น


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มักมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือตอบคำถามหรือช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ปัจจุบัน AI กำลังก้าวข้ามจากการเป็นร...
14/05/2026

ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มักมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือตอบคำถามหรือช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ปัจจุบัน AI กำลังก้าวข้ามจากการเป็นระบบที่รอรับคำสั่งไปสู่ระบบที่ทำงานต่อเนื่องได้หลายขั้นตอน เช่น การวางแผน เชื่อมต่อระบบภายนอก และวิเคราะห์ข้อมูลแทนมนุษย์
เทคโนโลยีนี้เรียกว่า ซึ่งภาคธุรกิจกำลังนิยมนำมาใช้เพื่อเพิ่ม Productivity และลดงานที่ซ้ำซ้อน แต่ประเด็นที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ AI ฉลาดเกินไป แต่คือความเสี่ยงที่มนุษย์อาจนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
📌📌 เมื่อ AI ถูกใช้เป็นเครื่องมือของอาชญากรรม
ปัจจุบันเราเริ่มเห็น เราเริ่มเห็น AI ถูกใช้สร้าง 'โปรไฟล์ปลอม' ให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อใช้หลอกคน เคสที่ถูกพูดถึงมากคือเหตุการณ์ในฮ่องกงปี 2024 เมื่อพนักงานฝ่ายการเงินถูกหลอกให้โอนเงินกว่า 25 ล้านดอลลาร์ หลังจากร่วมประชุมวิดีโอคอลกับบุคคลที่ดูเหมือนผู้บริหารระดับสูง
ภายหลังพบว่าบุคคลเหล่านั้นคือ Deepfake ที่สร้างขึ้นทั้งภาพและเสียงจนพนักงานหลงเชื่อ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า AI สามารถสร้างความน่าเชื่อถือปลอม ๆ ได้อย่างแนบเนียนในยุคที่เราคุ้นชินกับการสื่อสารดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังมีผู้ไม่หวังดีใช้ Generative AI เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือวิธีหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัย แม้ผู้พัฒนาจะพยายามใส่ระบบป้องกัน (Guardrail) ไว้แล้วก็ตาม สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ความเสี่ยงไม่ได้มาจากการที่ AI คิดเองได้ แต่เกิดจากการที่มนุษย์ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำผิดมากกว่า
📌📌 ความเสี่ยงของ AI ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
แม้ Agentic AI จะมีประโยชน์ต่อธุรกิจ ทั้งในด้านการบริการลูกค้าและระบบอัตโนมัติ แต่ยิ่ง AI เข้ามามีบทบาทใน Workflow มากขึ้น ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลก็ต้องยิ่งสูงตาม
โดยเฉพาะระบบที่ AI สามารถอนุมัติเอกสารหรือทำธุรกรรมได้เอง หากไม่มีการตรวจสอบที่ดีพออาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง หลายองค์กรจึงเริ่มให้ความสำคัญกับ AI Governance เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งาน AI จะเป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้
📌📌 AI Governance สิ่งสำคัญในยุคที่ใครก็ใช้ AI
แนวทางที่องค์กรควรนำมาใช้คือการออกแบบระบบที่ยังคงมีมนุษย์คอยควบคุมในจุดสำคัญ เช่น
▪️ให้มนุษย์เป็นผู้อนุมัติสุดท้ายก่อนทำธุรกรรมสำคัญ
▪️กำหนด Guardrail จำกัดการเข้าถึงข้อมูลที่มีความเสี่ยง
▪️มีการเก็บ Log การทำงานเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
▪️อบรมพนักงานให้รู้เท่าทัน Deepfake และ AI Scam รูปแบบใหม่
เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI ป็นเพียงเครื่องมือรูปแบบหนึ่งที่ให้สร้างประโยชน์ได้ในหลายด้านหากถูกใช้อย่างเหมาะสม แต่ก็อาจสร้างความเสียหายได้เช่นกันหากขาดการควบคุม
ความท้าทายในอนาคตจึงไม่ใช่เรื่องความฉลาดของ AI แต่อยู่ที่ว่ามนุษย์จะออกแบบระบบกำกับดูแลได้รอบคอบเพียงใด เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยสร้างสรรค์สังคม มากกว่าความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในโลกดิจิทัล


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

ในแวดวง Enterprise Tech ประเด็น AI-Native ERP กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อเหล่าสตาร์ตอัปรุ่นใหม่พยายามสร้าง ERP ที...
12/05/2026

ในแวดวง Enterprise Tech ประเด็น AI-Native ERP กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อเหล่าสตาร์ตอัปรุ่นใหม่พยายามสร้าง ERP ที่ใช้ AI เป็นแกนหลัก เพื่อแก้ปัญหาของ ERP แบบเดิม ที่ทั้งมีความซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และการ Implement ที่ใช้เวลานาน
ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เจ้าตลาดยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle, SAP, Microsoft และ Odoo กำลังถูกสั่นคลอนหรือไม่ เมื่อนักลงทุนเริ่มเทใจให้สตาร์ตอัปหน้าใหม่ที่ใช้ AI เป็นหลัก
📌📌 ทำไม AI-Native ERP ถึงกำลังเป็นกระแส
แบบเดิมมักถูกมองว่า ใช้งานยาก ซับซ้อน และมีขั้นตอนการทำงานที่ใช้เวลานาน โดยเฉพาะในงานด้านบัญชี การเงิน และการจัดซื้อ ที่ยังต้องอาศัยการตรวจสอบด้วยคนในหลายขั้นตอน สตาร์ตอัปรุ่นใหม่มองเห็นปัญหานี้ของผู้ใช้จึงนำ AI เข้ามาแก้ไขข้อจำกัดเหล่านี้
โดยออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มี AI (Artificial Intelligence) เป็นหัวใจสำคัญตั้งแต่ต้น เช่น การทำ Accounting Automation หรือระบบบัญชีที่เชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time และใช้ AI ช่วยจัดการขั้นตอนซับซ้อนต่าง ๆ ด้านการเงิน กระแสนี้ทำให้หลายคนเริ่มมองว่า AI อาจทำให้ ERP เป็นระบบใช้งานง่ายขึ้นมากกว่าเดิม
📌📌 AI กำลังช่วยลดความซับซ้อนของระบบ ERP
AI-Native ERP จึงเริ่มเข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำ ๆ และทำให้กระบวนการทำงานในองค์กรมีความเป็น Automation มากขึ้น จากเดิมที่กระบวนการเหล่านี้มักต้องใช้เวลาตรวจสอบ แต่ AI สามารถเข้ามาช่วยตรวจจับข้อมูล จัดหมวดหมู่รายการ พร้อมกับช่วยคัดกรองกรณีที่ต้องให้มนุษย์ตรวจสอบเพิ่มเติมได้เร็วขึ้น เช่น
▪️งานบัญชี: นำมาใช้ในการตรวจสอบธุรกรรมอัตโนมัติ หรือจับคู่ Invoice กับ PO เพื่อทำการกระทบยอดข้อมูล และการจัดทำรายงานทางการเงิน ทำให้การย้ายระบบเร็วขึ้น ปิดงบได้ไวขึ้น และ Workflow คล่องตัวกว่าเดิม
▪️งานจัดซื้อ (Procurement): ตรวจสอบใบสั่งซื้อ เปรียบเทียบข้อมูล และจัดการขั้นตอนการอนุมัติอัตโนมัติ
เมื่อ AI ช่วยลดภาระงาน Manual จึงทำให้บุคลากรมีเวลาไปโฟกัสกับการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และการตัดสินใจที่สำคัญมากขึ้น
📌📌 ทำไมระบบ ERP ยังไม่ถูกลดความสำคัญในทันที
แม้ว่า AI จะถูกพัฒนาให้เก่งมากขึ้นแค่ไหน แต่ ระบบ ERP ยังคงเป็น 'ระบบหลักขององค์กร' ที่เชื่อมโยงทั้งบัญชี การเงิน สต็อกสินค้า จัดซื้อ รวมไปถึงระบบอนุมัติต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
เพราะ ERP ไม่ได้มีหน้าที่แค่เป็นศูนย์รวมข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับ Governance, Audit log, Data ownership และ Security Control ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ และ AI ยังไม่สามารถทดแทนระบบควบคุมเหล่านี้ได้ทั้งหมด องค์กรยังต้องมีคนกำหนดสิทธิ์ ตรวจสอบย้อนหลัง และควบคุมว่าใครสามารถเข้าถึงหรืออนุมัติอะไรได้บ้าง
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจไม่ใช่การแทนที่ ERP แต่คือการที่ AI กำลังเข้ามาเป็น 'ชั้นการทำงานใหม่' บนระบบ ERP เดิมมากกว่า
📌📌 บทเรียนสำคัญสำหรับองค์กร
AI ไม่ใช่ทางลัดที่มาแทนที่ ERP ทันที แต่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทำงานบนฐานข้อมูลและมีระบบควบคุมที่แข็งแกร่ง นั่นคือเหตุผลที่ยักษ์ใหญ่เจ้าเดิมไม่ได้หายไป แต่เลือกที่จะนำ AI มาเสริมทัพเข้าไปในซอฟต์แวร์ของตนเพื่อเพิ่มความเร็วและลดกระบวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

10/05/2026

เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา คุณต้น-เจษฎากร สมิทธิอรรถกร CEO ของ Data Wow ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการ PEA Hackathon 2026 โดย PEA และ RISE ภายใต้แนวคิด "MOVE for Growth: Powering Transformation" ณ โรงแรม Centara Grand at Central Plaza Ladprao

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์จากเหล่า Tech Startup และผู้เชี่ยวชาญในวงการนวัตกรรม ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี Data และ AI คุณต้นได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนา “Synergy for Impact” ร่วมกับผู้บริหารจาก PEA เพื่อหาแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานไทย

การทรานส์ฟอร์มองค์กรพลังงานระดับประเทศอย่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ไม่ได้อาศัยเพียงแค่เครื่องมือ แต่คือการสร้าง Synergy ระหว่างความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเข้ากับพลังของการเจัดการข้อมูลอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน

Data Wow พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุน Tech Ecosystem ไทย และนำความเชี่ยวชาญด้าน AI มาสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนอนาคตไปพร้อมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

08/05/2026

Data Wow ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานในงานเปิดตัว PEA Hackathon 2026

07/05/2026

Data คือ Asset ที่สำคัญที่สุด แต่จะเริ่มต้นอย่างไรให้ใช้งานได้จริง? 💡

ฟังมุมมองจาก คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby ถึงเบื้องหลังการวางรากฐานข้อมูล เพื่อเตรียมองค์กรสู่ AI Transformation

จากปัญหา Manual Data ที่ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่เป็นเป็นระบบ สู่การเป็น Intelligent Data ที่เชื่อมต่อกับ CRM และ Dashboard แบบ Real-time ช่วยให้ทีมเห็นภาพชัด ตัดสินใจแม่น และรักษาลูกค้า (Churn Prevention) ได้อย่างมืออาชีพ

คุณธารินทร์เน้นย้ำว่าสิ่งหนึ่งที่สะท้อนชัดจากโปรเจกต์นี้คือ การเริ่มต้นจาก ‘Data Foundation’ ที่แข็งแรงไม่ได้แค่ทำให้ข้อมูลเป็นระเบียบ แต่ทำให้ทีมสามารถนำไปใช้งานได้จริงในทุกวัน

"ผมไม่อยากให้เริ่มจาก AI ยากๆ แต่อยากให้เริ่มจากการจัดการข้อมูลภายในให้แม่นยำ เพื่อให้ใช้งานจริงได้ทุกวัน"

🎥 ชมวิดีโอฉบับเต็ม เพื่อหาคำตอบว่า ทำไมการวางรากฐานข้อมูล ถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในระยะยาว


สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line:

ที่อยู่

7 Summer Point, 2nd Fl. Soi Sukhumvit 69, Phra Khanong Nua, Wattana
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6620245560

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Data Wowผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Data Wow:

แชร์