MyListening แชร์รีวิวอุปกรณ์ Gadget ตามแบบฉบับของ User ใช้งานจริง บอกข้อดี ข้อเสียตามจริง ครับ
ส่วนใหญ่จะเป็น หูฟังไร้สาย 🤭

เพจนี้ทำขึ้นมาเพราะอยากที่จะแชร์ประสบการณ์การใช้งานสินค้าหรือ Gadget ต่างๆ ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร มีความแตกต่างกันอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ โดยเขียนประสบการณ์ที่ผมใช้จริง ในแบบของตัวเอง ในฐานะที่เป็น User ที่ได้ใช้งานจริงว่ามีข้อดีข้อเสียตรงไหน ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป นำมาแชร์ให้กับเพื่อนๆที่สนใจ Gadget ตัวนั้น (ตอนนี้ยังมีแต่หูฟังนะครับ �)

รีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง หากมีตรงไหนที่เพื่อนๆเห็นไม่ตรงกันสามารถแนะนำพูดคุยแลกเปลี่ยน กันเข้ามาได้นะครับ ยินดีรับความคิดเห็นที่ต่างกันครับ

  NOISE ENDEAVOR PRO👉 ผมเชือว่า เพื่อนๆที่ยังไม่เคยใช้ และเริ่มมองหา นาฬิกา Smartwatch คงอยากรู้ว่ามันเอามาใช้ทำอะไรบ้าง...
03/09/2026

NOISE ENDEAVOR PRO

👉 ผมเชือว่า เพื่อนๆที่ยังไม่เคยใช้ และเริ่มมองหา นาฬิกา Smartwatch คงอยากรู้ว่ามันเอามาใช้ทำอะไรบ้างคร่าวๆ

▫️เอามาใช้วัดตอนออกกำลังกาย วิ่ง เข้าฟิตเนส วัด
อัตราการเต้นของหัวใจ
▫️ปรับเปลี่ยนหน้าตาของหน้าปัดได้หลากหลาย ทำให้
รู้สึกไม่จำเจ เหมือนเปลี่ยนเรือนทุกวัน
▫️เอามาใช้เชื่อมกับมือถือที่เราใช้งานอยู่ เพื่อที่จะได้
รับการแจ้งเตือน ต่างๆจากมือถือ และ รับสายโทร
เข้า อ่านข้อความโดยที่ไม่ต้องหยิบมือถือ
▫️เอามาใช้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ
🔹️วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
​ 🔹️วัดออกซิเจนในเลือด
​ 🔹️ติดตามคุณภาพการนอนหลับ
🔹️วัดระดับความเครียด
▫️ควบคุม การเล่น-หยุดเพลง เวลาใช้ฟังเพลง
▫️ควบคุมกล้องมือถือจากระยะไกล
▫️บางค่ายสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อ
ฉุกเฉิน มีการตรวจจับการล้ม และ อุบัติเหตุ
▫️ตั้งปลุก จับเวลา นับถอยหลัง
▫️ดูสภาพอากาศ
▫️ซื้อมาใช้ แล้วจะใส่ได้ตลอดเวลามั้ย แม้กระทั่งตอน
นอน เพื่อวัดการนอนของเรา เอาจริงแรกๆก็ใส่นะ
แต่หลังๆ ไม่ได้ใส่ เพราะรำคาญหรือเปล่า 🤭

👉 แต่ต้องยอมรับจริงๆว่า ฟังก์ชั่นการใช้งานเยอะแยะ
ไปหมดจริงๆ

⭐️ เพื่อนๆหลายๆคนคงเป็นเจ้าของ ใช้กันอยู่ เพราะมีแบรนด์ดังๆ ให้หาซื้อมาใช้ เช่น Samsung, Apple , Garmin , Huawei , Xiaomi ที่เป็นค่ายที่มีชื่อ และก็ยังมีค่ายเล็กหลายค่ายผลิตออกมาทำตลาดกันเยอะมาก
โดยราคาก็มีตั้งแต่ พันนิด ไปจนถึงหลักหมื่น

✅️ กระทู้นี้ผมจะมาเขียนถึง เจ้า Smartwatch ของค่าย Noise ที่เคยได้หูฟัง TWS มาทดสอบฟังกัน จากอินเดีย ซึ่งตอนนี้ก็ได้นำ Smartwatch เข้ามาวางขายในไทยแล้ว โดย 425 Degree เป็นผู้จัดจำหน่าย

⌚️ N🅾️ISE ENDEAVOR PR🅾️ คือชื่อรุ่นของมัน ครับ

▫️ยอมรับตรงๆว่ารุ่นนี้ผมสะดุดตาเรื่องรูปร่าง ดีไซน์ของมันก่อนเลย คงเหมือนเพื่อนหลายท่านนะครับกับการเลือกซื้อ นาฬิกามาใส่ติดตัวคงต้องเลือก design ที่เราชอบก่อน เอาไว้ดูเวลา เปลี่ยนหน้าปัดได้หลากหลาย ไม่จำเจ

👉 แล้วมันมีฟังก์ชั่นอะไรมาให้บ้าง ไปดูกันครับว่านอกจากที่ดีไซน์มันสวย Sport ถูกใจผมละ จะใส่ ฟังก์ชั่นอะไรมาให้บ้าง กับราคาค่าตัว 4,290 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคากลางๆ สำหรับค่าตัวของ Smartwatch เรือนนึง

⭐️ หน้าจอเค๊าเป็นหน้าจอ Amoled ขนาด 1.5 "
ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล ให้สีสันที่สดใส
กราฟิกและตัวหนังสือคมชัดสวยงาม
⭐️ หน้าจอสว่างสูงสุด 1000 nits มีเซ็นเซอร์ปรับแสง
อัตโนมัติ ทำให้มองเห็นหน้าปัดได้ชัดเจนแม้ใส่วิ่ง
ตอนแดดจัด
⭐️ หน้าจอรองรับฟีเจอร์ Always-On Display ตรงนี้
ชอบนะครับ และสามารถเข้าไป เปิด ปิดได้
⭐️ กันน้ำ 50 M เอาไปใส่ลุยน้ำ หรือเวลาฝนตกได้
⭐️ ทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -5°C ถึง 50°C
⭐️ ตัวกรอบทำจาก Titanium Alloy ประกบกับตัว
เรือนที่เป็นโพลีคาร์บอเนต ให้ความรู้สึกแข็งแรง
ดูพรีเมียมดี
⭐️ จะมี Censor วัด Heart rate ❤️ LED สีเขียว
⭐️ Censor วัด Oxygen LED สีแดง อยู่ใต้ตัวเครื่อง
⭐️ มี Censor จับการเคลื่อนไหว 9 แกร
⭐️ GPS เป็นแบบ Dual Band Signal L1 และ L5 ซึ่ง
ทำให้การจับสัญญานได้มากขึ้นเป็น 2 เท่า โดยมัน
เป็นการรองรับดาวเทียม 5 ดวง ทำให้การแทร็กเส้น
ทางวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเดินป่า มีความแม่นยำ ใน
ขณะที่ รุ่นอื่นๆยังเป็น L1 , L2
⭐️ มี Flashlight LED ส่องไฟจากข้างๆด้านบน ที่
สามารถเปลี่ยนสี ได้ ทั้งสีขาว และ สีแดง ซึ่งยังไม่
เจอกับ Smartwatch ค่ายอื่น
⭐️ การ Control ทำได้จากปุ่ม Physical 3 ปุ่มด้านขวา
ของตัวเรือน และ การทัชสกรีนแต่ที่หน้าจอ โดย
สามารถ ปัดขึ้น , ลง , ซ้าย , ขวา เพื่อเข้าไปยังเมนู
ต่างๆ
⭐️ มี Speaker ในตัวสามารถใช้คุยมือถือได้ โดยที่การ
คุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกาใช้ได้ดีในที่เงียบ แต่หาก
อยู่ริมถนนหรือที่มีเสียงรบกวน ลำโพงจะไม่ได้ดัง
มากบางครั้งต้องยกตัวนาฬิกามาฟังใกล้หูของเรา
⭐️ สามารถโหลดเพลง เข้าไปฟังได้ เวลาที่ไม่ได้พกมือ
ถือ เสียงก็ดังนะครับ แต่ก็เออาไว้ใช้ขำๆนะครับ
⭐️ โดยที่การฟังเพลงและการโทรจะเชื่อมต่อกับมือถือ
ผ่าน Bluetooth 5.3
⭐️ App ในมือถือ
🔹️ สามารถเปลี่ยนอินเตอร์เฟซหน้าจอ ของตัว
นาฬิกาได้หลากหลาย
🔹️ อ่าน Notifications แะรองรับภาษาไทยด้วย
สามารถไปเลือกแอพที่ต้องการให้แจ้งเตือนได้
⭐️ มีบารอมิเตอร์สำหรับวัดความกดอากาศและระดับ
ความสูง รวมถึงเข็มทิศแบบ 9-แกนในตัว
⭐️ รองรับโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 100 รูป
แบบ จะเยอะไปไหน แต่คงได้ใช้ไม่กี่แบบ
⭐️ รองรับ NoiseFit Apo ใช้งานผ่านมือถือ รองรับทั้ง
Android และ IOS
⭐️ ระยะเวลาการใช้งาน ใช้งานทั่วไป 7–10 วัน ตาม
สเปก แต่ถ้าใช้งานหนัก เปิดทุกฟีเจอร์ หน้าจอ
สว่าง 4–5 วัน โหมดสแตนด์บาย 28–30 วัน

🏃‍♂️ใช้จริง👍 ชอบ 👎ไม่ชอบอะไรบ้าง

✅️ แอพ บน Android ถือว่าแม่นยำ แทร็คตามที่เราใช้ได้ค่อนข้างดี แต่เอาจริงๆยังไงผมก็ใช้ไม่ครบทุกฟังก์ชี่นที่ใส่มาแน่นอน 😆

✅️ เรื่อง Design ของมันครับที่ชอบ Sport ดูพรีเมียม ขอบจอที่บาง การสัมผัสไวตอบสนองดี แตะเข้าเมนูลื่นไหนเร็วดี กับราคา 4,290 บาท ถือว่าเทียบเท่ากับค่ายอื่นที่ราคาแรงกว่านี้ ส่วนเพื่อนๆท่านใดจะใช้รุ่นไหนถูก หรือ แพงกว่านี้ก็เอามาแชร์กันครับ

✅️ หน้าจอ AMOLED 1.5 นิ้ว รู้สึกได้ถึงคมชัดมาก สีสันสดใส เรื่องความสว่างที่สูง 1,000 nits มันช่วยให้ผมเห็นชัดไม่ว่าจะเอาไปดูในที่กลางแจ้ง มีแดด

✅️ ส่วนที่มักดูบ่อยๆ คือแทร็ค การนอน การเดิน และวิ่ง
บางครั้ง ในแต่ละวัน

✅️ มีลำโพง และไมค์ในตัว รับ-สายโทรออกได้เลย ไม่ต้องหยิบมือถือ อันนี้ก็ใช้บ่อยครับ ถึงแม้บางครั้งจะ ไม่ชัดมาก

⛔️ ยังรู้สึกว่า แบ็ตยังอยู่ได้มานานตามสเป็คที่ระบุมา
แต่ก็สามารถใช้ได้หลายวันอยู่

⛔️ ที่ชาร์จยังรู้สึกไม่ค่อยตอบโจทย์

⛔️ ลำโพงไม่ค่อยดัง ถึงแม้จะชอบที่เอามาคุยสายได้
แต่ เสียงลำโพงไม่ค่อยดัง เสียงรบกวนเยอะจะฟัง
ลำบากต้องเอานาฬิกามาแนบที่หู

⛔️ บางครั้งข้อมูลซิงค์ช้า บางครั้งเวลารีเซ็ต เวลาอาจ
ผิด ต้องซิงค์ใหม่ การตรวจจับออกกำลังกาย
อัตโนมัติ ช้าไปหน่อย บางทีไม่ตรวจจับ

⛔️ ด้วยความที่หน้าจอใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 46 มม.
คนข้อมือเล็กอาจใส่แล้วใหญ่เกิน เช่นข้อมือของผู้
หญิง จะดูเทอะทะไป




👉 ลองไปเมียงๆมองๆหาข้อมูลได้ที่ link นี้นะครับ

https://425.ee/4vIUvYA

🅰️COUSTUNE HSX ONE  👉 บอกทางไปฟังเสียงของตัวนี้ก่อนนะครับ สำหรับเพื่อนๆที่อยากลองเสียงตัวนี้ หลังจากที่อ่านกระทู้นี้สามา...
02/09/2026

🅰️COUSTUNE HSX ONE

👉 บอกทางไปฟังเสียงของตัวนี้ก่อนนะครับ สำหรับเพื่อนๆที่อยากลองเสียงตัวนี้ หลังจากที่อ่านกระทู้นี้สามารถไปลองฟังเสียงได้ที่ SoundProof BROS MBK นะครับ

▫️รูปทรงตัวหูฟังแทบจะเหมือนกับ HSX1001
▫️รุ่นเล็กกว่า แต่ใส่ ANC , TRANSPARENCY มาให้
แล้ว น่าจะเป็นรุ่นที่ออกทีหลังเลยเพิ่มใส่มา
▫️ตัวนี้เสพ เรื่องเสียงครับ อย่างอื่นถือเป็นเรื่องเสริม

🔹️สำหรับชื่อรุ่น HSX One รุ่นต่อยอดของ HSX Series ที่มีรุ่นเรือธงอย่าง Acoustune HSX1001 JIN ที่มีความหมาย ว่า ความเร็ว-เหยี่ยว นั่นเองครับ ซึ่ง HSX1001
ถือเป็นหูฟัง TWS รุ่นแรกๆ ของค่ายที่ออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนโมดูลได้ ระหว่างตัวห้องเครื่องเสียงอะลูมิเนียม และ ตัวโมดูลบลูทูธแต่ HSX One ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้

​☑️ ดังนั้นโทนเสียงของหูฟัง TWS ของ HSX Series จะเน้นไปทางความฉับไว และ ความเคลียร์ใส เสียงจะมีความสะอาดสูงในแบบที่หูฟังไร้สายค่ายอื่นแทบไม่ค่อยได้จูนมา

🔹️HSX1001 โทนเสียงจะไปทาง Hi-Fi Audiophile เน้นความเที่ยงตรง เป็นธรรมชาติ ความเร็ว ความสะอาด และ มิติที่สมจริง เหมาะกับคนที่เสพรายละเอียดดนตรี ชอบความโปร่งโล่ง และไม่ค่อยชอบเสียงเบสที่บวม หรือมากเกินไป

🔹️ส่วนโทนเสียงโดยรวมของเจ้า HSX One ยังคงให้โทนเสียงความเป็นธรรมชาติ รายละเอียดค่อนข้างดี เหมือนเจ้ารุ่นพี่ HSX1001 นะครับ แต่มันจะแตกต่างกันไปยังไงบ้าง ไปลองอ่านกัน

​▫️ย่านเบส HSX One จะเป็นเบสมีความกระชับ เก็บตัวไว ไม่บวม และ ไม่ได้มาเป็นเบสแนวมวลใหญ่ แบบสายปาร์ตี้หนักๆ ใครที่ชอบเบสลูกใหญ่ๆ หนาๆ อาจจะรู้สึกว่ามันน้อยไปนิด แต่มวลเบสมันจูนมาเยอะกว่ารุ่นพี่ HSX1001 นะครับ

▫️แต่ข้อดีคือมัน มีมิติและเป็นระเบียบ ฟังเพลงแจ๊ส , อคูสติก หรือป๊อปทั่วไป ฟังแล้วลงตัวดี

▫️ย่านเสียงกลาง ก็ยังคงเป็นจุดเด่นที่สุดของ HSX One เลย เสียงร้องมีความอิ่ม ใส สะอาด และ ถอยหลังไปนิดนึงเพื่อให้เวทีเสียงดูโปร่ง เสียงนักร้องไม่พุ่งมาด้านหน้า จนมากเกินไป ( ไม่พุ่งเท่า HSX1001 )

​▫️ย่านเสียงแหลม ปลายแหลมทอดตัวไปได้ไกล และมีความพลิ้ว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มาครบถ้วน ไม่บาดหู แต่บางเพลงที่เสียงสูงๆเยอะอาจได้ยินบ้างครับ แต่ด้วยความที่จูนเบสมามากขึ้น ทำให้แหลมไม่ได้พุ่ง และมีความนุ่มนวลกว่า HSX1001

▫️ ​มิติและเวทีเสียง กว้างขวาง และ แยกแยะชิ้นดนตรีได้เด็ดขาดมาก นั่งหลับตาฟังจะได้อยู่ในอารมน์ ที่ฟังอยู่ในห้อง การจัดวางตำแหน่งชิ้นดนตรีซ้าย ขวา หน้า หลัง ได้ดี ไม่รู้สึกว่าเสียงกองอยู่ตรงกลาง

​☑️ MIC

▫️ สำหรับไมค์ 😅 ต้องทำใจสักนิด การคุยโทรศัพท์ เสียงพูดชัดเจนดีในระดับมาตรฐานทั่วไป ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้โอเค ตอนคุยงานในที่เงียบ แต่เสียงคนพูดรอบข้างยังได้ยิน และ ถ้าคุยออกด้านนอก เจอเสียงลมแรง ก็ลดทอนไปพอสมควร

​☑️ ANC ทำงานได้ในระดับพอใช้ได้

▫️ตามสเป็คลดได้ประมาณ -35 dB เวลาเปิดใช้ ก็ตัดเสียงต่ำ , เสียงแอร์ ได้ระดับนึง แต่ต้องไม่เทียบกับพวกตัวเทพๆ ANC อย่าง Sony หรือ Bose ตัวนี้จะตัดเสียงย่านความถี่สูงหรือเสียงพูดคนรอบข้างได้แค่พอใช้

▫️เวลาเปิด ANC เสียงจะอัพเบสขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไงผมแนะนำให้ฟังแบบ ปิด ANC จะได้เสียงที่เป็นธรรมชาติกว่า นะครับ

☑️ Transparency ถึงแม้จะดูไม่ธรรมชาติมากนัก แต่ก็สามารถได้ยินเสียงรอบข้าง รู้เรื่องโดยไม่ต้องถอดหูฟัง แต่ก็ยังไม่ถึงกับโล่งมาก

​💎 วัสดุ และ การดีไซน์

​▫️งานประกอบดูพรีเมียมดีเลย ตัวบอดี้หูฟังผสมผสานระหว่าง โลหะอลูมิเนียมที่กลึงด้วย CNC กับ โพลีคาร์บอเนตใส ตรงส่วนที่เป็นโมดูลทำให้เห็นลายวงจรด้านใน ให้ความรู้สึกแบบงานดีไซน์แบยญี่ปุ่น

​👍 และอีกเรื่อวที่ชอบมาก คือทาง Acoustune ออกแบบมาให้มี ปุ่มกดแบบ Physical ที่ไม่ใช่แค่การแตะสัมผัสทัชสกรีน ทำให้เวลาจับหรือใส่หูฟัง ไม่มีปัญหาการกดโดนโดยไม่ได้ตั้งใจ และ กดใช้ได้ค่อนข้างสะดวก

⚙️ SPEC ⚙️

​▫️Dynamic Driver Myrinx รุ่นที่ 3 ขนาด 10 มม.
(วัสดุ โพลีเมอร์ชีวภาพทางการแพทย์)
​▫️บลูทูธ Version 5.4
​▫️Codecs รองรับ SBC , AAC , aptX , aptX
Adaptive , aptX Lossless
​▫️Hybrid ANC -35dB และ Transparency Mode
​▫️ระยะเวลาการใช้งานประมาณ 8 ชั่วโมง
​▫️เคสชาร์จ รองรับทั้งสาย USB-C และ Wireless
Charging
▫️รองรับ ANIMA Studio สำหรับปรับแต่งเสียง ,
อัปเดตเฟิร์มแวร์ และ ปรับโหมด ANC
​▫️ประกัน Soundproof Bros 1 ปี

💡 สรุปสั้นๆ Acoustune HSX One เหมาะกับ คนรักเสียงเพลงที่อยากได้หูฟังไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงใกล้เคียงระดับหูฟังมีสายพรีเมียม แต่ไม่ได้โฟกัสที่ฟังก์ชั่นการใช้งานด้านอื่น มากนัก เน้นพกติดตัวฟังคุณภาพเสียง โดยเฉพาะ โดย

⭐️ เสียงร้องดี
⭐️ รายละเอียดเครื่องดนตรีดี
⭐️ แยกชิ้นดนตรีค่อนข้างเก่ง
⭐️ เบสมีลงลึกพอใช้ และเ ก็บตัวไว แต่ไม่ได้เยอะ
⭐️ แหลมเปิด มีรายละเอียด แต่ไม่พุ่งเกินไป
⭐️ เวทีเสียงทำได้ดีเกิน TWS ทั่วไป
🔘 ใช้ปุ่มกดจริง ไม่ใช่ทัช
⭐️ รองรับ aptX Adaptive และ aptX Lossless

⛔️ EQ การปรับเสียงแทบไม่มี เน้นฟังแบบ Flat หรือ
เสียงที่ทางค่ายจูนมาเลย
⛔️ ฟังก์ชั่นด้านอื่นๆยังทำมาได้ไม่ได้จัดเต็มมากนัก
เน้นสำหรับการฟังเพลงเป็นหลัก
⛔️ ราคาก็แรงพอสมควร ตามแบรนด์ ครับ

#เสียงใสโปร่ง

 #เรื่องของเรื่องคือผมฟังแล้วชอบโทนเสียง 2 รุ่นนี้ ก็ได้เขียนเก็บ เวลาฟังไว้เรื่อยเพื่อจะมาแชร์รีวิว โดยที่เพิ่งมารู้ว่า...
31/08/2026

#เรื่องของเรื่องคือผมฟังแล้วชอบโทนเสียง 2 รุ่นนี้ ก็ได้เขียนเก็บ เวลาฟังไว้เรื่อยเพื่อจะมาแชร์รีวิว โดยที่เพิ่งมารู้ว่า หูฟังทั้ง 2 รุ่น สามารถหาซื้อได้ในราคา 600 กว่าเอง
🤭 แหมเขียนซะยาวเลย 🤭

👉 QCY ปล่อย TWS ออกมาพร้อมกัน 2 รุ่น กล่องโทนสีเหมือนกัน ซึ่งผมฟังแล้วอยากบอกว่ามันคือคู่พี่น้องละกัน 😄 ถึงแม้จะใช้ชื่อคนละรุ่น

🔸️QCY T13 PRO ราคา 619 บาท
🔹️QCY MELOBUDS N20 ราคา 659 บาท

▫️แปลกใจราคาเท่านี้แต่ เสียงดี ถูกใจผมทั้งคู่ แต่ต้องเปิด ANC ฟังครับกระทู้นี้จะไม่พูดถึงการใช้แบบปิด ANC นะครับ เพราะถ้าปิก ANC เสียงย่านต่ำจะไม่พอทั้งคู่

🔸️ T13 Pro เสียงเบส จะเยอะกว่าตรงมิดเบส เสียงร้องมีความอิ่มกว่า รายละเอียดของเสียงร้องมีความชัดเจน แต่จะน้อยกว่า N20

🔹️N20 เบสยังคงได้อิมแพ็ค ลงลึก แต่ย่านมิดเบสจะลดลง เสียงร้องขึ้นหน้ากว่า ชัดเจนกว่า รายละเอียดย่านแหลมมีให้ได้ยินมากกว่า แต่ไม่เสียด

👉 QCY MeloBuds N20 🆚️ QCY T13 Pro

ฟังผ่านมือถือ Samsung เปิด Volume ประมาณ 75% ทั้งคู่ เสียง Default เปิด ANC

🔷️ QCY MeloBuds N20 🔷️

🎵 โทนเสียง ของ N20 เป็นหูฟังที่ผมมองว่า ฟังง่าย สนุกไม่ได้เน้นเสียงกลางแบบหูฟัง Monitor แต่จะมี เบสที่มีน้ำหนัก และ แหลมที่ค่อนข้างชัด ทำให้ฟังเพลง Pop , Rock , EDM , Hip-Hop หรือเพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ ได้เพลินดี

▫️Sub-bass ลงได้ลึก , Mid-bass มีแรงกระแทก เบสถือว่าฟังสนุก ย้ำนะต้องเปิด ANC แล้วจะรู้สึกว่าเบสมีน้ำหนักขึ้นอย่างที่ผมบอก

▫️เสียงกลาง มีความชัดเจน เสียงร้องผู้ชายมีน้ำหนักดี ส่วนเสียงร้องผู้หญิงจะออกไปทางใสและเด่นกว่าเล็กน้อย เหมาะเลยถ้าเอาไปฟังแนว Pop , J-Pop , Rock , EDM ตัวนี้สนุกกว่า

▫️เสียงแหลม ของ N20 ออกแนว ใสและค่อนข้างเปิด
รายละเอียดพวก Hi-hat , ฉาบ , เสียงปลายกีตาร์
ได้ยินค่อนข้างง่าย ปลายเสียงจะได้ยินความคมอยู่บ้าง
แต่ไม่ถึงกับเสียด

▫️เวทีเสียง กว้างกำลังดีไม่มาก แต่ไม่แคป สำหรับ TWS ราคานี้ถือว่าทำได้ดีจุดที่มันดีคือ เสียงไม่ได้กองอยู่ตรงกลางหัว เวลาเราฟัง , การแยกซ้าย-ขวาทำได้ดี

☑️ ANC ของ N20 ตามสเป็ค ANC สูงสุด -50dB แต่
การใช้งานจริงเสียงต่ำๆพอลดได้ครับ แต่อย่าหวังให้เงียบเหมือนสเป็ค เสียงคนพูดอื่นๆยังเข้ามาได้ให้ได้ยิน

▫️แต่เวลาฟังเพลงการเปิด ANC จะช่วย เพิ่มย่านต่ำขึ้นมาทำให้เสียงสมดุลขึ้น ดังนั้นการเปิด ANC หวังแค่เสียงที่จัดเต็มขึ้นก็พอครับ

☑️ Transparency ถือว่าใช้งานได้ดี ได้ยินเสียงภายนอกเมื่อเปิดใช้ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นธรรมชาติมากนัก

☑️ Mic ตัวนี้ทาง QCY ระบุว่าใช้ ไมค์ 6 ตัว + AI Beamforming เพื่อช่วยจับเสียงพูดและลดเสียงรบกวน 🤭 ใส่เยอะจริง ๆ ทดลองใช้คุย ปลายสายบอกว่าเสียงผมชัดเจนนะครับ แต่เรื่องการตัดเสียงรบกวนยังทำได้แค่พอใช้ ยิ่งถ้าเอาไปคุยแล้วมีเสียงความถี่คนพูด เสียงปลายสายจะได้ยินทั้งเสียงเราพูด และ เสียงคนอื่นด้วย และถ้าเอาไปคุยริมถนนเสียงดังมาก ๆ หรือเจอลมแรง เสียงคนพูดลดทอน ลง

🎮 เล่นเกม N20 มี Low Latency 68ms สำหรับเกมมือถือถือว่าดี พวก PUBG , Free Fire , ROV แต่ถ้าเป็นเกม FPS ยังไม่ถือว่าผ่านครับ ยังคงมีดีเลย์

✨️วัสดุ และ การออกแบบ

▫️ตัวหูฟังเป็นพลาสติกเป็นหลัก น้ำหนักเบา ข้อดีคือใส่ง่ายและไม่ดูใหญ่เกินไป แต่ส่วนตัวคิดว่าวัสดุไม่ได้ให้ความรู้สึก Premium ยังดูธรรมดา

🔶️ QCY T13 Pro 🔶️

▫️รุ่น T13 Pro ผมมองว่าเป็นรุ่นที่ออกแนว เสียงไม่จัดจ้านมาก เสียงเน้นมาทางอิ่มทุ้ม มากกว่า N20

🎵 โทนเสียง T13 Pro จะเบสเด่น , กลาง และ แหลมยังคงมีความชัดแต่น้อยกว่า N20

▫️เบสของ T13 Pro มีน้ำหนักดี โดยเฉพาะ Mid Bass
เพลง EDM หรือเพลงที่มี Bass Line จะรู้สึกได้ถึงแรงปะทะลฃลึกระดับนึง แต่ไม่ได้ทำมาเป็นสาย Basshead แบบกระแทกหนัก ๆที่จูนมาเต็มทั้ง Sub - Mid Bass

▫️เสียงกลาง ตรงนี้ T13 Proเสียงร้องจะมีความอิ่มติดหนากว่า N20 เล็กน้อย ยังคงมีความชัดของคำร้อง
เสียงจะถอยหลังไปนิดๆทำให้ฟังสบาย

▫️เสียงแหลม ยังมีความใส และ เป็นประกาย ขับรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีออกมาได้ดี ,แต่ไม่ได้เป็นแหลมที่พุ่งจัด และย่านนี้จะน้อยกว่า N20 ทำให้ฟังนานๆจะฟังได้นานกว่า N20

▫️มิติเสียง เวทีเสียงอยู่กลางๆไม่ได้กว้างมาก แต่การแยกซ้าย-ขวา ยังคงทำได้ดี เสียงชิ้นดนตรียังจับตำแหน่งได้พอสมควร

☑️ ANC ของT13 Pro ตามสเป็ค ANC สูงสุด -50dB
เหมือน N20 ดังนั้นก็เหมือนๆกันครับ ตัดย่านความถี่ต่ำพอได้ ย่านความถี่คนพูดเสียงสูงๆยังทำได้ไม่ดี

▫️และก็เหมือน N20 แนะนำให้เปิด ANC เวลาฟังเพลง เพื่อช่วยยกย่านต่ำให้ขึ้นมาให้เสียงสมดุลขึ้น

☑️ MIC T13 Pro ใช้ ไมค์ 4 ตัว + ระบบลดเสียงรบกวน
ทดลองเสียงคนพูดชัดเจนถือว่าดี แต่ก็ยังด้อยเรื่องการตัดเสียงรอบข้าง แต่ถ้าเป็นเสียงลมมันกันได้ดีกว่า N20

☑️ Transparency พอๆกันกับตัว N20 ไม่ได้เป็นจุดเด่น พอใช้งานได้ระดับนึง

🎮 Gaming T13 Pro มี Low Latency 45ms ซึ่งจะต่ำกว่า N20 เล่นเกมส์ทั่วไป โอเคอยู่แล้ว ส่วนเกม FPS ดีเลย์น้อยกว่า N20 เล็กน้อยแต่ก็ยังดีเลย์อยู่

✅️ ข้อดี ▫️ข้อเสีย ❎️

🔷️ MeloBuds N20

🔹️เชื่อมต่อ 3 เครื่องพร้อมกัน
🔹️ไมค์ 6 ตัวมากกว่า
🔹️ แบตใช้ได้น้อยกว่า T13 Pro
🔹️ไม่มีโหมดเสียงสามมิติ

🔶️ T13 Pro

🔸️แบตอึดกว่า รวม 47 ชม
🔸️กันลมขณะคุยดีกว่า เหมาะกลางแจ้ง
🔸️มีเสียงสามมิติ 360°
🔸️เล่นเกมดีเลย์น้อยกว่า (~45ms)
🔸️เชื่อมต่อได้แค่ 2 เครื่อง
🔸️จำนวนไมค์ 4 ตัวน้อยกว่า

👉 สรุปก่อนไปครับ

🔹️N20 จูนให้ เสียงกลาง-สูงและแหลมเด่นชัดกว่า เพื่อความชัดเจนและรายละเอียด เสียงร้องจึงออกมาบางกว่าเล็กน้อย แต่ แหลมจะออกมามากกว่า สดใสกว่า

🔸️T13 Pro จูนให้ เบสและเสียงกลางต่ำ ออกมาหนาแน่น ทำให้เสียงร้องดู อิ่ม หนักแน่น แต่จูนกลางแหลม ไม่ให้โดดจนบาดหู

🔹️เลือก N20 ถ้า ต้องสลับใช้ 3 เครื่องบ่อยๆ คุยสายในห้าง สถานที่เสียงดังบ่อย เสียงร้องชัด เบสลึก และ รายละเอียดที่
มากกว่า

🔸️เลือก T13 Pro ถ้า ต้องการแบตอึดกว่า คุยกลางแจ้งข้างนอกบ่อย กันลม เล่นเกมดีเลย์น้อยกว่า

🔹️เลือก N20 หากคุณชอบเสียงที่ เคลียร์ใส รายละเอียดดี แยกแยะเครื่องดนตรีได้ชัดเจน และเบสไม่ล้น

🔸️T13 Pro หากเพื่อนๆชอบเสียงแนว ฟังสนุก เบสลูกใหญ่ค่อนไปทางหนา และให้ความรู้สึกออกไปทางอุ่นหน่อย

✅️ 20 AUG 2026 ที่ผ่านมา ทางสมาชิกกลุ่มได้ไปร่วมกิจกรรมของทาง Baseus โดยมีหูฟัง 2 รุ่นใหม่ ที่ตอนนี้มีวางจำหน่ายทางออนไล...
21/08/2026

✅️ 20 AUG 2026 ที่ผ่านมา ทางสมาชิกกลุ่มได้ไปร่วมกิจกรรมของทาง Baseus โดยมีหูฟัง 2 รุ่นใหม่ ที่ตอนนี้มีวางจำหน่ายทางออนไลน์กันแล้ว

✨ Baseus Bowie MC2 ✨️

▫️🎧 เสียง ไดรเวอร์ 11mm รองรับ LDAC / Hi-Res, SuperBass 3.0 เบสแน่น

▫️🔋 แบต 11.5–13 ชม./ต่อครั้ง รวมเคส 55–60 ชม. ยาวที่สุด

▫️🎤 ไมค์ 4 ตัว AI ตัดลม+เสียงรบกวน คุยชัด

▫️💧 กันน้ำ IP67 เหมือนกัน

▫️✅ จุดเด่น เสียงดีกว่า, เบสหนักกว่า, แบตอึด

✨ Baseus Bowie MC2 Air ✨️

▫️🎧 เสียง ไดรเวอร์ 11mm เคลือบไทเทเนียม SuperBass 2.0 (เบสน้อยกว่า MC2) รองรับ LDAC ด้วย

▫️ใส่สบายเหมือนกัน

▫️🔋 แบต 8–11 ชม./ต่อครั้ง รวมเคส 40–50 ชม.

▫️🎤 ไมค์ 4 ตัว AI ตัดเสียงเหมือนกัน

▫️💧 กันน้ำ IP67 เหมือนกัน

✅ จุดเด่น เบากว่า , หูฟังเบาใส่สบายมาก

✨️ สรุปสั้นๆ ✨️

🔹️MC2 เน้นเสียงอิ่มกว่า + เบสแน่น+ แบตอึด เหมาะฟังเพลงเน้นคุณภาพ

🔹️MC2 Air เน้น เบาใส่สบายสุด + เกาะแน่น เหมาะฟังเพลงทั่วไปเน้นสนุกๆ วัยรุ่นจะชอบ

ใครยังไม่มี Clip-On ค่ายไหนสักตัว มาลองดู 2 รุ่นนี้ วัสดุค่อนข้างดีแล้วจับขึ้นมารู้สึกได้เลยว่าวัสดุดีครับ
ในกิจกรรม ยังมีผลิตภัณฑ์ สุขภาพของค่าย SKG มาให้ทดลองกันด้วย


🟡    EAR 3a 🟡⭐️ ตอนรุ่นนี้มีข่าวออกมาผมสนใจ 3 อย่าง 😁1️⃣ ค่ายชูเรื่องการอัดเสียง ที่ไมค์ มีบันทึกเสียง และ        สรุปข้...
19/08/2026

🟡 EAR 3a 🟡

⭐️ ตอนรุ่นนี้มีข่าวออกมาผมสนใจ 3 อย่าง 😁

1️⃣ ค่ายชูเรื่องการอัดเสียง ที่ไมค์ มีบันทึกเสียง และ
สรุปข้อความออกมาจะเป็นยังไงบ้าง ซึ่งเป็น TWS
ราคาไม่ถึง 4 พัน ใส่เข้ามา
( ต่อไปน่าจะมีหลายค่ายเริ่มใส่ฟังก์ชั่นนี้เข้ามา )
2️⃣ โทนเสียง ที่บอกว่าเบสเยอะ จะมากน้อยแค่ไหน
3️⃣ ANC กราฟเทียบ Airpod Pro เลยจะเงียบเท่ามั้ย

⭐️ หลังจากที่อยู่กันมาเกือบ 2 อาทิตย์

▫️ไม่ต้องหาจุกเปลี่ยนครับ จุกเดิมดีอยู่แล้ว ทั้งเรื่อง
ฟิตติ้ง ทั้งโทนเสียง
▫️บอกตรงๆหลังฟังมา 2 อาทิตย์ตัวนี้ไม่คาดหวัง แต่
เกินหวังไป 😅 ครับ สำหรับโทนเสียง
▫️ราคาตั้ง 3,990 พี่เห็นเพื่อนๆซื้อได้ 2พันกว่า เอง
เอาตามตรง โทนเสียง และ ฟังก์ชั่นไม่เป็นรองตัว
เรือธง Ear 3 เลยนะ
▫️ถ้าดูจากกราฟ เสียงเบสจูนมาเยอะกว่าเดิมพอ
สมควร แต่ฟังหลังจากอัพเฟิร์มแวร์แล้ว ลงตัวดี
ครับ เบสไม่ได้ล้นจนไปกลบย่านอื่น แต่เสียงย่าน
ต่ำ , มิดเบสจะมีความอิ่มกว่าตัวEar 3 รุ่นพี่ , โทน
เสียงจะมีความอิ่มมากกว่าพวก Sony XM6 , PI8

🟡 สเป็คที่อัพขึ้นจาก Ear ( a )

▫️บลูทูธ Ver 6.0
▫️Dynamic Driver ไดอะแฟรม ขนาด 12mm
▫️Codec SBC , AAC LDAC
▫️ANC -45dB Low , Mid , High , Adaptive
▫️Transparency
▫️Mic ข้างละ 3 ตัว เทคโนโลยี Clear Voice ช่วยตัด
เสียงรบกวนขณะคุยสาย
▫️เปิด ANC ใช้ต่อเนื่อง ~ 6 ชม รวมกล่อง ~ 25 ชม
▫️ปิด ANC ใช้ต่อเนื่อง ~ 10 ชม รวมเคส ~ 42 ชม
▫️Dual Connection เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
▫️กันน้ำกันฝุ่น IP54
▫️มีให้เลือก ดำ, ขาว, เหลือง, ชมพู
▫️มีไฟ LED 3 จุดที่กล่อง
▫️รองรับปรับแต่งเสียง EQ 8 ย่านความถี่ในแอพ
▫️ฟังก์ชั่น บันทึกอัดเสียง และ สรุปข้อความ
▫️ประกันศูยน์ไทย 1 ปี

✅️ โทนเสียง & แต่ละย่านเสียง

ฟังผ่าน Nothing Phone 4b + เสียง Default + ปิด ANC

👉 โทนเสียงโดยรวมเสียงจะออกมาเน้นเบส ถ้าชอบเบสจะปลื้ม ถ้าไม่ชอบต้องเข้าไปปรับ EQ ในแอป
แต่ถึงจะบอกว่าเน้นเบส มันก็ไม่ใช่เบสจ๋า โดยในขณะ ที่เสียงกลาง เสียงแหลมก็ยังได้ยินชัดเจน ไม่ถูกกลบ

🔹️เบส: ⭐⭐⭐⭐ แรงปะทะ มีความกระแทกดี มีความลึกกว่า Ear(a) เดิม ยังคงมีความกระชับ ไม่ไปกวนเสียงกลาง มิดเบสจะมากกว่าซัพเบส

🔹️เสียงกลาง ⭐⭐⭐🌟 เสียงร้องมีความอิ่ม หนาปานกลางกำลังดี มีความชัดพอใช้ เสียงร้องนักร้องฟังดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังไม่ใสเท่าพวกรุ่นเรือธง Ear 3 ต้องอาศัยปรับ EQ ช่วย

🔹️เสียงแหลม: ⭐⭐⭐🌟 มีความใสพอในระดับนึง แน่นอนไม่บาดหู เสียงสูงๆ ยังคงรักษารายละเอียดได้ดี แต่ยังไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับเบส

🔸️มิติเวทีเสียง: ⭐⭐⭐🌟 กว้างพอประมาณ แยกเครื่องดนตรีได้ชัดเจนระดับหนึ่ง แต่ยังไม่รู้สึกเหมือนยืนอยู่หน้าแสดงจริงๆ แต่ถือว่าทำได้ดีในเรตค่าตัวเท่านี้

✅️ ANC & TRANSPARENCY

▫️ANC ⭐⭐⭐🌟 ตามสเป็คลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 45dB ตัดเสียงรบกวนย่านต่ำได้ค่อนข้างดี

▫️ถึงจะตัดย่านต่ำได้ดี แต่เสียงคนพูด , เสียงจาก TV จะลอดเข้ามาให้ได้ยินนะครับ โดยเสียงย่านนี้ไม่เงียบสนิท

▫️เปิด ANC ขณะฟังเพลง เบสเพิ่มเล็กน้อยโดยยังคงได้โทนเสียงคาแร็คเตอร์เดิม ตรงนี้ถือว่าดีครับ

▫️ANC รู้สึกเงียบกว่า Nothing Ear 3 รุ่นเรือธงอีกนะ

▫️มีให้เลือกปรับระดับ Low , Mid , High , Adaptive
แนะนำให้เลือกใช้ Adaptive มันจะออโต้ให้ตามสภาพหนักเบาตามสภาพแวดล้อมครับ

▫️จากกราฟ ที่ทำเทียบกับ Airpod Pro ดูแล้วตัดเสียงใกล้เคียงในบางย่าน และ ดีกว่าบางย่าน แต่จากการใช้งานจริงยังไม่เงียบกว่า Airpod Pro ในทุกย่านครับ

☑️ Transparency ⭐⭐⭐🌟 ทำงานได้ดีพอใช้ เสียงภายนอกเข้ามาเป็นธรรมชาติ เสียงไม่เพี้ยนเปลี่ยนไปมาก ได้ยินเสียงเข้ามามากกว่า Normal Mode

✅️ ไมค์ & การคุยสาย ⭐⭐⭐️

▫️ความจริงเสียงผู้พูดของเราเราถ่ายทอดได้ชัดเจนดีในระดับหนึ่งนะครับ แต่ถ้าอยู่กลางแจ้งหรือมีเสียงลม เสียงเราดรอปลง และมีเสียงวูบวาบ คนคุยด้วยบอกว่าได้ยินเสียงรบกวนข้างเราด้วยพอสมควร ถ้าเทียบกับรุ่นแพงกว่า อย่าง Ear3 จะเป็นรองอยู่ ใครเน้นคุยสายนานๆ อาจจะต้องไปมองเจ้ารุ่นพี่ Ear 3 ที่มี Bone Conduction ตัดเสียงรอบข้างได้ดีกว่าครับ

🎮 การเล่นเกม ⭐⭐⭐

▫️ถึงจะมีโหมด Low Lag ช่วยลดดีเลย์ แต่เหมาะกับเกม RPG หรือเกมที่ไม่ต้องตอบสนองไวมาก ถ้าเล่นเกมยิงหรือแข่งรถที่ต้องฟังทิศทางเสียง จะรู้ได้ว่ามันดีเลย์ครับ

🔋 แบตเตอรี่ ⭐⭐⭐⭐️

▫️เปิด ANC ใส่วันละ 3-4 ชม อยู่ได้ประมาณ 2 วัน ปิด ANC อยู่ได้เกือบๆ อาทิตย์นึงเลย แบตกล่องชาร์จเพิ่มได้อีกเยอะ พกพาสบาย ไม่ต้องกังวลหมดไว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าสเป็คที่ให้มาหน่อย

✨ ดีไซน์ & วัสดุ & การสวมใส่ ⭐⭐⭐⭐

▫️ยังคงสไตล์ Nothing ใสๆ เห็นวงจรข้างใน สวยโดดเด่น กล่องมีไฟ LED 3 จุดบอกสถานะเก๋ไก๋ ถึงแม้ตัวหูฟังจะไม่ได้ปรับเปลี่ยนมาก , ส่วนที่เปลี่ยนคือรูปร่างเคส

▫️ข้อเสียเล็กๆ กล่องแกะยากนิด เพราะมีขอบยื่นออกมา ทำให้เปิดด้วยมือเดียวไม่ถนัดเลย

▫️สวมใส่สบาย ใช้จุกที่ติดมา รู้สึกเบา ฟิตติ้งพอดี ใส่นานไม่เจ็บหู เพิ่มจุก XS มาให้เป็น 4 ขนาด

👍 ข้อดี 👍

▫️เสียงเบสแรงกระแทกดี ถูกใจสายเบส
▫️ANC ดีเกินราคา ตัดเสียงรบกวนได้ดีมากในระดับ
ราคานี้
▫️ปรับแต่งเสียง EQ 8 แถบได้ละเอียดมาก ปรับจน
พอใจได้เลย , แถมสามารถโหลด EQ จากเพื่อนที่มา
แชร์ได้อีก
▫️แบตเตอรี่ใช้ได้นานพอสมควร
▫️ดีไซน์สวย เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร
▫️รองรับ LDAC ฟังเพลง Hi-Res
⭐️และมีฟีเจอร์บันทึกเสียงสนทนาและเสียงจากหู
ฟังได้ และสั่งให้สรุปผ่านแอพ

⛔️ ข้อเสีย ⛔️

▫️เสียงจากการแกะกล่องฟังครั้งแรก เน้นเบสหนักเกิน
ไป บางคนอาจรู้สึกท่วมไปหน่อย ต้องอาศัยปรับ
EQ แต่หลังจากอัพเฟิร์มแวร์ ลงตัวมากขึ้นเหมือนที่
ผมได้เขียนแชร์ไว้
▫️ไมค์ยังไม่เท่ารุ่นพี่ เสียงเราชัดจริงแต่ยังมี เสียง
รบกวน เข้าปลายสายยังคงได้ยิน
▫️ยังไม่เหมาะกับเกมที่ตอบสนองไวๆ FPS
▫️Design Case ใหม่แต่เปิดยาก มือเดียวเปิดไม่ได้
▫️ไม่มีชาร์จไร้สาย (ต่างจากรุ่น Ear 3)
▫️ฟีเจอร์บันทึกอัดเสียง ถอดความในแอปมีจำนวนให้
ใช้น้อยอยู่ ถ้าต้องการใช้เยอะต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม

✅️ ความรู้สึก คหสต คุ้มใหม

▫️ถือเป็น TWS ที่คุ้มตัวนึงในตลาด ได้ราคาลดแล้วไม่ถึง 3 พัน ได้ ANC ดี, เสียงปรับแต่งได้ละเอียด, แบตอยู่ได้นาน, ดีไซน์สวย แค่ 2 เรื่องที่ต้องยอมรับคือ ไมค์ยังธรรมดา และ เบสหนักไปตอนออกจากกล่อง ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องคุยสายบ่อยๆ และยอมปรับเสียงนิดหน่อยในแอป ถือว่าเป็นตัวที่น่าสอยมากในช่วงราคานี้ครับ



📼 ทีนี้มาดูฟังก์ชั่นการบันทึกเสียง อัดเสียง มันทำงานยังไง?

▫️ตัวหูฟัง Nothing Ear (3a) มาพร้อมกับหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 32 MB (ข้างละ 16 MB) และฟีเจอร์บันทึกเสียง ที่ออกแบบมาให้ใช้งานผ่านตัวหูฟังได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา โดยแบ่งออกเป็น 2 ฟีเจอร์หลัก

1️⃣ Audio Snapshot การอัดเสียงจากสื่อที่กำลังฟัง
​ใช้สำหรับบันทึกเสียงหรือประโยคที่น่าสนใจจากสิ่งที่คุณกำลังฟังอยู่ (เช่น พอดแคสต์, เพลง, หรือคลิปวิดีโอ) เสมือนการกดแคปหน้าจอแต่เปลี่ยนเป็นเสียง

▫️ทำได้โดยกดบีบก้านหูฟัง ทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน 1 ครั้งมันจะมีเสียงเตือนว่าเริ่มทำงาน โดยเก็บเสียงย้อนหลังได้สูงสุด 30 วินาที ก่อนกด + ต่อหลังกดอีก รวมแล้วไม่เกิน 60 วินาทีพอดี

▫️ใช้เก็บคลิปพอดแคสต์, ประโยคสำคัญในบรรยาย, หรือสิ่งที่เพิ่งได้ยินแล้วอยากเก็บไว้

▫️เมื่อเปิดโหมดนี้โหมดฟังแบบ LDAC จะปิดอัตโนมัติ

2️⃣ Call Recording ใช้สำหรับบันทึกเสียงพูดทั้งฝั่งของคุณและคู่สนทนา ระหว่างการโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์ (รองรับทั้งเครือข่ายมือถือและแอปพลิเคชัน เช่น WhatsApp, Zoom, Google Meet , Line , Facebook Massenger

​▫️วิธีใช้งาน ระหว่างที่อยู่ในสายสนทนา Active-Call ให้ บีบก้านหูฟังทั้งสองข้างพร้อมกัน 1 ครั้ง เพื่อเริ่มบันทึก

▫️การหยุดบันทึก บีบก้านหูฟังทั้งสองข้างซ้ำอีกครั้งเพื่อหยุดบันทึก หรือปล่อยให้ระบบหยุดเองเมื่อวางสาย ( โดยมันสามารถรองรับการบันทึกสะสมรวมสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง )

​▫️ระบบอาจมีเสียงแจ้งเตือนให้อีกฝ่ายทราบว่ากำลังมีการบันทึกเสียง เพื่อความเป็นส่วนตัวตามข้อบังคับในแต่ละภูมิภาค

3️⃣ การถอดเสียง และ สรุปข้อความด้วย AI

▫️โดยไฟล์เสียงทั้งหมดที่บันทึกผ่านตัวหูฟังจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำภายใน และจะ ซิงก์เข้าสู่ App Nothing X บนมือถือโดยอัตโนมัติ

▫️ซึ่งในแอปเพื่อนๆสามารถนำมาเปิดฟังซ้ำ หรือปรับความเร็วในการเล่นแก้ไขตัดต่อ หรือแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ ( Transcription / AI Summary ) แปลงประโยคเด็ดให้เป็น Quote Card สำหรับแชร์ต่อไปยังโซเชียลมีเดียได้

▫️AI จะทำการแยกเสียงผู้พูดแต่ละคนให้เห็นชัดเจน
โดยมี 2 แบบ
🔸️Standard ประมวลผลในเครื่องฟรีตลอด
🔹️Pro Transcription ใช้ AI คลาวด์ แถมฟรี 3 เดือน
แรก, ต่อหลังจากนั้นต้องจ่ายรายเดือน + จำกัดเวลา
ใช้ต่อเดือน

🙏 ขอบคุณเพื่อนๆที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ

✅️ 华为 HUAWEI FREECLIP 2S ✅️🤔 ทำไม Huawei ถึงออก FreeClip 2 S เร็วจังนะ หลัง FreeClip 2 ไม่นาน แรกๆเห็นรูปตอนออกมาก็แปลกใ...
17/08/2026

✅️ 华为 HUAWEI FREECLIP 2S ✅️

🤔 ทำไม Huawei ถึงออก FreeClip 2 S เร็วจังนะ หลัง FreeClip 2 ไม่นาน แรกๆเห็นรูปตอนออกมาก็แปลกใจ

▫️FreeClip 2S ไม่่ใช่รุ่นทดแทน แต่เป็น รุ่นอัปเกรดให้พรีเมียมขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเวอร์ชันปรับปรุงของ FreeClip 2 ละกันเน้อ วางขายห่างกันราว 5 เดือน

#สาเหตุที่ผมคิดเอาเองว่าทำไมออกมาเร็วขนาดนี้

1️⃣ ตอบรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ FreeClip 2 จริง พบจุดที่ปรับปรุงได้ เช่น เรื่องเสียงเบส , ความดังยังไม่พอ , เวลาคุยสายแล้วมีลมมาปะทะยังกันไม่ค่อยดี , เคสชาร์จแบนเล็กไปหน่อย เวลาเก็บตัวหูฟังพร้อม ใสเรื่องตกแต่งใส่ไม่ได้ 😅

2️⃣ น่าจะขยายกลุ่ม user เพิ่มเติม ตัว Freeclip 2 มีหลายๆคนชอบดีไซน์นะ แต่อยากให้มันดูพรีเมียมขึ้นเหมือนความเป็นเครื่องประดับตกแต่งมากขึ้น ทางค่ายจึงทำเคสและวัสดุผิวใหม่ออกมาตอบโจทย์

3️⃣ มีการอัพ และ ปรับสเป็กเล็กน้อยเพื่อให้ดีขึ้นกว่า Freeclip 2 ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ แต่ปรับจุดที่สัมผัสได้จริง เช่นเสียงมีความดังขึ้น , เบสแน่นขึ้น, กันน้ำฝุ่นดีขึ้น , แบตอึดขึ้น ไม่ใช่รุ่นที่ 3 แต่เป็น FreeClip 2 เวอร์ชัน ปรับปรุงครบเครื่องขึ้น

⭐️️ FreeClip 2 🆚️ FreeClip 2 S อัพเกรดอะไรมาบ้าง

🔊 เสียง & ไดรเวอร์

▫️FreeClip 2 ไดรเวอร์ 10.8 มม เสียงดังปกติ เบสกลางๆ ออกมาฟังข้างนอกอาจรู้สึกเสียงแตก และ แหลมไปหน่อย

▫️FreeClip 2 S ยังคงใช้ไดรเวอร์คู่ไดอะแฟรม 10.8 มม แต่น่าจะมีการจูนเพิ่มมาทำให้เพิ่มความดังและเบส

🔸️ถึงแม้ตามสเป็คจะบอกเพิ่มเบสขึ้นมา โทนเสียง หลังจากเบิร์นฟังแล้ว ผมยังคิดว่าโทนมันเหมือนเดิมกับตัว Freeclip 2 เลย แต่จะรู้สึกได้ถึง เบสเพิ่มมานิดๆ และ เสียงร้องที่ดังขึ้น จากการที่เปิดฟังในระดับเสียงเท่ากันกับ Freeclip 2 ครับ , เพื่อนๆบางท่านได้ฟังแล้วบอกว่าแทบไม่ต่าง 🤭

☑️ ไมค์ & การคุยสาย

▫️เหมือนกัน มี 3 ไมค์ + AI ตัดเสียงรบกวน
▫️ใน 2S ปรับอัลกอริทึมกันลมให้ดีขึ้น เวลาใช้ไมค์พูดคุยขณะเจอลมแรง เสียงพูดยังชัดกว่าเดิม ลมไม่เข้ามารบกวนเหมือน รุ่น 2

☑️ วัสดุ & ดีไซน์

▫️ตัวหูฟัง Airy C-Bridge ปรับผิวสัมผัสใหม่ รู้สึกนุ่มกว่า ลื่นกว่า น้ำหนัก 5.1 กรัม/ข้าง (เบาลงเล็กน้อยจากเดิม)

▫️เคสชาร์จ เปลี่ยนจากแบบเรียบผิวแมตต์ มาเป็นทรงกลม Luminous Case ผิวเงางามเทคนิค NCVM ดูเหมือนเครื่องประดับ และ เพิ่มพื้นที่ภายใน 20%

🔸️ ผิวสัมผัสดูดีก็จริง แต่มันเป็นเงา อาจเป็นรอยง่าย เวลาหยิบก็ลื่นๆหน่อย เวลาเปิดฝาไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนตัว 2

☑️ กันน้ำกันฝุ่นจาก IP54 เป็น IP55 ทนทานต่อฝุ่นและน้ำกระเซ็นดีขึ้นนิด

☑️ แบตเตอรี่

▫️FreeClip 2 ฟังต่อเนื่อง 8 ชม.
▫️FreeClip 2 S ฟังต่อเนื่อง 9 ชม. อึดขึ้น 1 ชม.

🤔 #เลือกอะไรดีระหว่าง FreeClip 2 vs 2S

▫️ในออนไลน์ที่ไทย ตัว 2 หาซื้อได้ในราคา 3 พันกว่า ,
ตัว 2S หาซื้อได้ในราคา 4 พันกว่า แต่อย่าลืมนะครับ
ประเทศอื่นยังขาย ประมาณ 7 พัน

❎ ️ถ้างบจำกัด เลือก FreeClip 2

▫️ประหยัดเงินได้พอสมควร ( พันนึง ) แต่ได้แก่นหลัก
ครบถ้วน ชิป NPU รุ่นที่ 3, 3 ไมค์, ปรับระดับเสียง
อัตโนมัติ, ใส่สบายเหมือนกัน

▫️เสียงก็เพียงพอสำหรับฟังเพลงทั่วไป พอดแคสต์ คุย
สายชัดตัดเสียงรอบข้างได้ดี

❎️ ถ้าอยากได้สิ่งที่ดีกว่าคุ้มกว่าเลือก FreeClip 2 S
ในกรณีที่ยังไม่เคยซื้อ FreeClip 2 จ่ายเพิ่มแล้วได้สิ่งที่อัพเกรดขึ้นมาถึงจะไม่ได้เยอะมาก

▫️เสียงดังขึ้น + เบสแน่นขึ้นหน่อย โทนเสียงยังคงเดิม

▫️คุยสายกลางแจ้งแม้เจอลมแรง จะชัดกว่า เพราะด้วย
อัลกอริทึมกันลมที่อัพเกรดมาให้

▫️ดูพรีเมียมขึ้น เคสเงางามทรงกลมเหมือนเครื่อง
ประดับ ผิวสัมผัสตัวหูฟังนุ่มละมุนกว่า ใส่สบายเหมือน
เดิม

▫️ใช้งานได้นานขึ้นอีก 1 ชม

NOTHING EAR 3 a 🔰Phone 4 b▫️ได้มาละครับ ▫️อยากรู้ละ ว่าเบสจะเยอะขนาดไหน กับ Driver 12       mm ที่ทางค่ายใส่มาให้▫️ANC -...
07/08/2026

NOTHING EAR 3 a 🔰Phone 4 b

▫️ได้มาละครับ

▫️อยากรู้ละ ว่าเบสจะเยอะขนาดไหน กับ Driver 12

mm ที่ทางค่ายใส่มาให้

▫️ANC -45 db จะขนาดไหน

▫️Features สำคัญที่เพิ่มเข้ามาสำหรับรุ่นนี้ การอัด

เสียง , การสรุป จะทำได้ดีขนาดไหน เป็นสิ่งที่ต้องลอง

▫️ได้ Phone 4b มาด้วยถึงจะเป็น Snapdragon 6 แต่

จะได้ทดสอบดูเลยว่า การใช้ค่ายเดียวกันระหว่าง

TWS Ear 3a + มือถือของค่าย Phone 4b กับมือถือ

ค่ายอื่น Sony , Samsung , Oppo กับ Ear 3a จะต่าง

กันแค่ไหน

▫️ใครมีประสบการณ์ใช้แล้วเป็นยังไงบ้างมาบอกต่อ

✅️ SennHeiser Momentum True Wireless 5 ▫️น่าจะถึงคิวละสำหรับรุ่น 5 ▫️เปิดราคา 299 Eur เท่ากับราคาเปิดตัวรุ่น 4▫️อาจจะวาง...
05/08/2026

✅️ SennHeiser Momentum True Wireless 5

▫️น่าจะถึงคิวละสำหรับรุ่น 5
▫️เปิดราคา 299 Eur เท่ากับราคาเปิดตัวรุ่น 4
▫️อาจจะวางจำหน่าย วันที่ 19 AUG 2026 ส่วนในไทย
ต้องรอดูครับว่าจะมาเมื่อไหร่
▫️จะวางขายพร้อมกัน 5 สีทีเดียว Graphite , Creame ,
Copper , Denim และ Lavender
▫️Design ทั้งเคส และ ตัวหูฟังมีการออกแบบใหม่
▫️ส่วน Spec ต่างๆยังไม่มีหลุดออกมาชัดเจน ต้องมารอ
ดูว่า จะอัพเกรด เสียง , ANC , Mic และฟังก์ชั่นต่างๆ
ได้ดีมากน้แยแค่ไหน
▫️ส่วนตัว ที่ ชอบรุ่น 3 มาก แต่ข้ามรุ่น 4 มาดูกันครับว่า
รุ่น 5 จะถูกใจสาวกดันแค่ไหน 🤭

☑️ วันนี้มีโอกาสไปนั่งฟัง รายละเอียด ของทาง Nothing ในการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ รุ่นใหม่ 2ตัว คือ 📱 Nothing Phone ( 4b )🔸️ No...
03/08/2026

☑️ วันนี้มีโอกาสไปนั่งฟัง รายละเอียด ของทาง Nothing ในการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ รุ่นใหม่ 2ตัว คือ

📱 Nothing Phone ( 4b )
🔸️ Nothing Ear ( 3a )

▫️รู้สึกว่าทางค่ายก็ใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามาทั้งตัว มือถือ และ TWS ราคาก็จับต้องได้เห็นแล้วมันน่า....จริงๆ 🤭

🎁 #เพื่อนๆท่านไหนอยากได้กระเป๋าของทาง Nothing 2 ใบ ก็มาร่วมตอบคำถามกันนะครับ ที่ใต้กระทู้นี้

👉 พี่ขอมาพูดถึง NOTHING EAR 3a เป็นหลัก นะครับ
จาก รุ่นเดิมที่เปิดตัว ในปั 2024 มีอะไรอัพเกรดมาบ้าง

1️⃣ มาบอกใน Part ของ SPEC กันก่อน โทนเสียงมีการจูน ย่านเบส มาเยอะกว่า Nothing Ear ทุกซีรีส์เลยหละครับ ด้วยไดร์เวอร์ที่ทางค่ายใช้เป็นขนาด 12 mm

🔸️ เพื่อนๆสามารถดูจากกราฟในภาพที่พี่ถ่ายมาได้ ครับ

▫️Dynamic Driver 12 mm
▫️Codec SBC , AAC , LDAC
▫️เพิ่ม Advanced EQ Custom ให้ปรับได้ 8 ย่านความถี่
ในแอพ Nothing X
▫️เพิ่ม Spatial Audio เข้ามาละจากรุ่นเดิมที่ไม่มี
▫️ANC -45 db ตามสเป็ค ดีขึ้นประมาณ 17%
▫️Mic คุยมือถือ ข้างละ 3 ตัว โดยยังคงใช้เทคโนโลยี
ของทางค่ายเอง
▫️ใช้งานได้ 10 ชม ANC Off รวมเคสได้ 42 ชม
ANC ON รวมเคสใข้ได้ 20 - 25 ชม
▫️Fast Charge 5 นาที ใช้ได้ 1 ชม
▫️จุก ให้เพิ่มขนาด XS มาให้รวมเป็น 4 คู่
▫️บลูทูธ 6.0
▫️Dual Connection
▫️กันน้ำ กันฝุ่น IP54
▫️รองรับ Nothing X App
▫️ประกัน 1 ปี
▫️สีที่วางขาย Black , White , Yellow , Pink
▫️เปิดขายราคา 3,999 บาท วันที่ 4 - 10 AUG 26 ใน
Shopee ได้แพ็คเกจใช้งาน การบันทึก 3 เดือนฟรีด้วย

👉 จบ Part เรื่องสเป็คไปละ สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเจ้า Ear 3a มันคือฟีเจอร์ที่ใส่มาให้ใหม่ๆ ครับตามนี้

▫️Audio Snapshot เพิ่มหน่วยความจำแฟลช 32MB ในตัวหูฟัง สามารถ "แคปเสียง" หรือบันทึกเสียงรอบตัวย้อนหลังได้สูงสุด 30 วินาทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟน

▫️Call Recording รองรับการบันทึกเสียงการโทรหรือการประชุมผ่านคำสั่งบนก้านหูฟังได้ยาวนานสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง

▫️AI Integration ซิงก์ไฟล์เสียงเข้าแอป Nothing X เพื่อใช้ AI ช่วยถอดเสียง Transcription และสรุปใจความสำคัญ

👍จะเห็นได้ว่าหลังๆ แต่ละค่ายจะเน้นการใส่ AI เข้ามาที่ตัวหูฟัง ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆนะครับ ยิ่ง Nothing เปิดราคาไม่ถึง 4 พัน ค่ายอื่นๆที่ขายราคาแพงกว่านี้อาจต้องหันมามอง

🙏วันนี้ยังไม่ได้รับตัวหูฟังกลับมาเนื่องจาก ทางค่ายแจ้งว่าล่าช้า ติดอยู่ที่ศุลกากร เดี๋ยวได้ตัวหูฟังมาแล้ว แอดมิน และ Mod คงมาแชร์รีวิวหบังจากการใช้งานจริงกันนะครับ พี่มีถ่ายรูปภาพที่ทางทีมงาน Nothingเค๊าพรีเซนต์มาให้ดู สำหรับเพื่อนๆที่สนใจนะครับ



❔️คำถามสำหรับการร่วมกิจกรรมรับกระเป๋าของ Nothing 2 ใบ เป็นกระเป๋ากันน้ำ มีสายสะพาย

🔹️คำถามถามว่า ปัจจุบันทาง Nothing มีหูฟังที่ยังวางขายทั้งหมดกี่รุ่นครับ ตอบที่กระทู้ด้านล่าง

ที่อยู่

144/189 Connect 3 Kanchanapisek
Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MyListeningผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์