26/09/2025
รายงาน The GenAI Divide: State of AI in Business 2025 ของโครงการ MIT Project NANDA นำเสนอภาพรวมที่ชวนให้ทบทวนความเชื่อเกี่ยวกับบทบาทของ Generative Artificial Intelligence (GenAI) ในภาคธุรกิจ ข้อมูลจากการสำรวจองค์กรหลายร้อยแห่งทั่วโลก
ผลชี้อย่างชัดเจนว่า กว่า 95% ขององค์กรที่เข้าร่วมได้ดำเนินโครงการด้าน GenAI มีเพียง 5% ขององค์กรเท่านั้นที่รายงานว่ามีผลตอบแทนทางการเงิน (P&L impact) อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่กับการทดลองใช้ในลักษณะ “โครงการนำร่อง” ที่ไม่สามารถขยายผลได้
การสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 70 ของโครงการ AI ทั้งหมดถูกจัดอยู่ในสถานะ pilot ซึ่งหมายถึงการทดสอบในขอบเขตจำกัดโดยยังไม่สามารถบูรณาการเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติงานหลักขององค์กรได้
ความล้มเหลวในการขยายผลนี้สัมพันธ์โดยตรงกับสิ่งที่รายงานเรียกว่า “ช่องว่างการเรียนรู้” (learning gap) กล่าวคือ AI ไม่สามารถเรียนรู้จากบริบทและ feedback ที่ซับซ้อนของงานจริงได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้โครงการที่เริ่มต้นด้วยความคาดหวังสูงกลับหยุดชะงักอยู่ในระดับทดลอง
อีกหนึ่งข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ “shadow AI” รายงานระบุว่ากว่า ร้อยละ 60 ของพนักงานในองค์กรที่ตอบแบบสอบถาม เคยใช้เครื่องมือ AI ภายนอก เช่น ChatGPT หรือ MidJourney โดยไม่ได้รับอนุญาตจากองค์กรโดยตรง
การใช้งานเช่นนี้แม้จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของบุคลากร แต่ก็สร้างความเสี่ยงในด้านความมั่นคงข้อมูลและการกำกับดูแล ซึ่งองค์กรไม่สามารถเพิกเฉยได้
ในเชิงอุตสาหกรรม ข้อมูลการสำรวจยังสะท้อนถึงความแตกต่างอย่างเด่นชัด องค์กรในภาคสื่อและเทคโนโลยีกว่า ร้อยละ 40 รายงานว่าโครงการ GenAI ของตนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างชัดเจน
ขณะที่ในอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมหนัก ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 10 ความแตกต่างนี้ชี้ว่า ความพร้อมด้านบริบททางธุรกิจและธรรมชาติของกระบวนการผลิตมีบทบาทสำคัญต่อการประยุกต์ใช้ AI
จากผลลัพธ์เชิงตัวเลขเหล่านี้ รายงานได้เสนอข้อแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
ประการแรก องค์กรควรทบทวนการลงทุนในโครงการ AI ว่าจะเลือก “สร้างเอง” (build) หรือ “ซื้อจากภายนอก” (buy) โดยข้อมูลเชิงสำรวจพบว่า องค์กรที่เลือกใช้โซลูชันจากภายนอกมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าถึงสองเท่า เมื่อเทียบกับองค์กรที่ลงทุนสร้างเองทั้งหมด
ประการที่สอง องค์กรควรจัดระบบการเรียนรู้ภายในเพื่อปิดช่องว่างทักษะและเพิ่มความสามารถของบุคลากรในการใช้ AI หากยังละเลยปัจจัยด้านมนุษย์ ปรากฏการณ์ shadow AI ก็จะดำรงอยู่ต่อไปและบั่นทอนศักยภาพการควบคุมขององค์กร
ประการสุดท้าย รายงานชี้ว่าการประเมินผลโครงการ AI ควรขยายจากการพิจารณาผลตอบแทนทางการเงินระยะสั้น ไปสู่การวัดผลในมิติที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกระบวนการ การยกระดับทักษะบุคลากร และการสร้างความยั่งยืนทางดิจิทัลในระยะยาว
กล่าวโดยสรุป ผลการสำรวจเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นคำเตือนเชิงนโยบายว่า หากยังคงพึ่งพาการประเมินผลในเชิงแคบ การลงทุนด้าน AI ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรได้อย่างแท้จริง ตรงกันข้าม หากองค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การจัดการเชิงกลยุทธ์ และการประเมินผลหลายมิติ GenAI ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจได้ในอนาคต