20/04/2024
ถามมา-ตอบไป
ถาม...เรียนอาจารย์วิวัฒน์
1ในด้านวิชาชีพงานออกแบบอาคารสูงมีความละเอียดซับซ้อนอย่างไรบ้างกับกฎหมายอาคารสูงหรือมีหลักจำการสืบค้นอย่างไร
2สำหรับนักศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์ต้องให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด ในเล่มเอกสารบทที่เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบต้องนำเสนออาจารย์ให้ครอบคลุมหรือให้ความสำคัญเพียงใดครับ ในส่วนนั้นใครชี้แนะตรวจทาน ขอบคุณครับ
ตอบ...ขั้นแรกสุดต้องรู้นิยามก่อนว่า อาคารสูงคืออาคารที่มีลักษระอย่างไร
“อาคารสูง” หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้โดยมีความสูงตั้งแต่ 23.00 เมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
และต่อไปคือดูในกฎกระทรวงผังเมืองในตำแหน่งที่ดินที่ตั้งของอาคารนั้นก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ เช่น ถ้าในกฎกระทรวงผังเมืองรวมสงขลา ในการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณหมายเลข 1.8 จะสามารถสร้างอาคารสูงได้ และก็ต้องดูด้วยว่าอาคารประเภทนั้นๆ ว่าสร้างได้หรือไม่ เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า ห้่างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ที่ว่างซึ่งจะบังคับมากกว่ากฎหมายควบคุมอาคาร ฯลฯ
และหากก่อสร้างที่ กทม. ยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก เพราะจะบังคับเรื่องขนาดถนนสาธารณะ ที่จะสามารถสร้างอาคารอาคารประเภทไหน บางที่ก็กำหนดขนาดของอาคาร ซึ่งบางทีอาคารสูงก็สร้างไม่ได้ ถึงแม้จะมีความกว้างถนนตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป มีการบังคับ FAR (Floor to Area Ratio) คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน บังคับ OSR (Open Space Ratio) คือ อัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม....การวัดความสูงของอาคาร สัดส่วนที่ว่าง ถนนที่มีผิวการจราจรกว้างไม่น้อยกว่า 6.00 เมตร ที่ปราศจากสิ่งปกคลุมโดยรอบอาคาร เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้าออกได้โดยสะดวก
ซึ่งรายละเอียดส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางความปลอดภัยของอาคาร เช่น
ข้อ 3 อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องจัดให้มีถนนที่มีผิวการจราจรกว้างไม่น้อยกว่า 6.00 เมตร ที่ปราศจากสิ่งปกคลุมโดยรอบอาคาร เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้าออกได้โดยสะดวก
ข้อ 14 อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินแยกเป็นอิสระจากระบบอื่น และสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อระบบจ่ายไฟฟ้าปกติหยุดทำงาน
ข้อ 22 อาคารสูงต้องมีบันไดหนีไฟจากชั้นสูงสุดหรือดาดฟ้าสู่พื้นดินอย่างน้อย 2 บันได ตั้งอยู่ในที่ที่บุคคลไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดของอาคารสามารถมาถึงบันไดหนีไฟได้สะดวก แต่ละบันไดหนีไฟต้องอยู่ห่างกันไม่เกิน 60.00 เมตร เมื่อวัดตามแนวทางเดิน
ข้อ 24 บันไดหนีไฟและชานพักส่วนที่อยู่ภายนอกอาคารต้องมีผนังด้านที่บันไดพาดผ่านเป็นผนังกันไฟ
ข้อ 29 อาคารต้องมีดาดฟ้าและมีพื้นที่บนดาดฟ้าขนาดกว้าง ยาว ด้านละไม่น้อยกว่า 10.00 เมตร เป็นที่โล่งและว่างเพื่อใช้เป็นทางหนีไฟทางอากาศได้ และต้องจัดให้มีทางหนีไฟบนชั้นดาดฟ้าที่จะนำไปสู่บันไดหนีไฟได้สะดวกทุกบันได รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารลงสู่พื้นดินได้โดยปลอดภัยด้วย
(“ข้อ 29” แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 50 (พ.ศ. 2540)ฯ)
ข้อ 29/1 อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องจัดให้มีพื้นที่สำหรับยานพาหนะในการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยหรือภัยพิบัติอย่างอื่น ดังต่อไปนี้
(1) สำหรับรถดับเพลิงอย่างน้อย 1 คันโดยเป็นที่ว่างและไม่อยู่ใต้ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร มีความกว้างไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 10.00 เมตร ซึ่งอยู่ในบริเวณที่พนักงานดับเพลิงเข้าถึงได้สะดวกรวดเร็วที่สุดและให้อยู่ใกล้หัวรับน้ำดับเพลิงที่ติดตั้งภายนอกอาคารมากที่สุด
(2) สำหรับรถพยาบาลหรือรถปฏิบัติการฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉินอย่างน้อย 1 คัน มีความกว้างไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 7.00 เมตร มีระยะดิ่งไม่น้อยกว่า 2.85 เมตร และมีทางเดินจากลิฟต์ดับเพลิงหรือทางปล่อยออกจากทางหนีไฟไปสู่พื้นที่สำหรับรถพยาบาลหรือรถปฏิบัติการฉุกเฉิน ในระยะห่างไม่เกิน 60.00 เมตร เมื่อวัดตามแนวทางเดิน
เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารต้องดูแลพื้นที่ปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้รถดับเพลิง รถพยาบาลหรือรถปฏิบัติการฉุกเฉินสามารถเข้าถึงได้สะดวกตลอดเวลาโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง
รูปแบบ สัญลักษณ์ และรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่สำหรับยานพาหนะตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ 29/2 อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่เป็นอาคารสาธารณะต้องจัดให้มีพื้นที่หรือตำแหน่งเพื่อติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED) โดยรายละเอียดของเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ จำนวน ตำแหน่ง และระบบการติดตั้ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินที่คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินประกาศกำหนด
(“ข้อ 29/1 และข้อ 29/2” เพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2564)ฯ)
ข้อ 40 อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องจัดให้มีที่พักรวมมูลฝอย
ข้อ 44 อาคารสูงต้องมีลิฟต์ดับเพลิงอย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) มีขนาดมวลบรรทุกไม่น้อยกว่า 630 กิโลกรัม
(2) สามารถจอดได้ทุกชั้นของอาคาร และต้องมีระบบควบคุมพิเศษสำหรับพนักงานดับเพลิงใช้ขณะเกิดเพลิงไหม้โดยเฉพาะ
(3) บริเวณห้องโถงหน้าลิฟต์ดับเพลิงทุกชั้นต้องติดตั้งตู้สายฉีดน้ำดับเพลิงหรือหัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงอื่น ๆ
(4) ห้องโถงหน้าลิฟต์ดับเพลิงทุกชั้นต้องมีผนังหรือประตูที่ทำด้วยวัตถุทนไฟปิดกั้นมิให้เปลวไฟหรือควันเข้าได้ มีหน้าต่างเปิดออกสู่ภายนอกอาคารได้โดยตรง หรือมีระบบอัดลมภายในห้องโถงหน้าลิฟต์ดับเพลิงที่มีความดันลมขณะใช้งานไม่น้อยกว่า 3.86 ปาสกาลเมตร ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้
(5) ระยะเวลาในการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องระหว่างชั้นล่างสุดหรือชั้นที่พนักงานดับเพลิงเข้าถึงอาคารได้สะดวกรวดเร็วที่สุดกับชั้นบนสุดของอาคารต้องไม่เกินหนึ่งนาที
ลิฟต์ดับเพลิงสามารถนำมาใช้เป็นลิฟต์โดยสารในเวลาปกติได้
(“ข้อ 44” แก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2564)ฯ)
ส่วนเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA : Environmental Impact Assessment ก็ต้องพิจารณาดูว่า อาคารดังกล่าวจะต้องจัดทำ EIA หรือไม่ เพราะจะมีผลในเรื่องของพื้นที่สีเขียวที่จะต้องคิดจากจำนวนผู้ใช้อาคาร หรือกรณีโรงพยาบาลก็คิดจากจำนวนเตียงผู้ป่วยและผู้ใช้อาคาร และต้องผ่านการเห็นชอบจาก สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ก่อนที่จะไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ....2548 ซึ่งปัจจุบันได้มีการแก้ไขปรับปรุง เป็นฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 ซึ่งอาคารทุกประเภทที่เป็นอาคารสาธารณะ หรืออาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ จะถูกบังคับด้วยครับ
https://download.asa.or.th/03media/04law/cba/mr/mr48-58e-upd(02).pdf
แต่หลักๆคือดูใน กฎกระทรวงฉบับที่ 33 อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งจะพูดเนื้อหาที่บังคับอาคารสูง ว่าต้องเป็นอย่างไรบ้าง เช่น ขนาดถนนสาธารณะด้านที่ติดต่อกับที่ดินที่ตั้งอาคาร พื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
https://www.yotasongkhla.go.th/files/com_news_cityplan/20170606_ckzhmdow.pdf
ส่วนกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ก็มีผลบังคับเช่นกัน เช่น
ข้อ 25 บันไดตามข้อ 24 จะต้องมีระยะห่างไม่เกิน 40 เมตร จากจุดที่ไกลสุดบนพื้นชั้นนั้น
ข้อ 44 ความสูงของอาคารไม่ว่าจากจุดหนึ่งจุดใด ต้องไม่เกินสองเท่าของระยะราบวัดจากจุดนั้นไปตั้งฉากกับแนวเขตด้านตรงข้ามของถนนสาธารณะที่อยู่ใกล้อาคารนั้นที่สุด
ความสูงของอาคารให้วัดแนวดิ่งจากระดับถนนหรือระดับพื้นดินที่ก่อสร้างขึ้นไปถึงส่วนของอาคารที่สูงที่สุด สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
ข้อ 45 อาคารหลังเดียวกันซึ่งมีถนนสาธารณะสองสายขนาดไม่เท่ากันขนาบอยู่ เมื่อระยะระหว่างถนนสาธารณะสองสายนั้นไม่เกิน 60 เมตร และส่วนกว้างของอาคารตามแนวถนนสาธารณะที่กว้างกว่าไม่เกิน 60 เมตร ความสูงของอาคาร ณ จุดใดต้องไม่เกินสองเท่าของระยะราบที่ใกล้ที่สุดจากจุดนั้นไปตั้งฉากกับแนวเขตถนนสาธารณะด้านตรงข้ามของสายที่กว้างกว่า
ข้อ 46 อาคารหลังเดียวกันซึ่งอยู่ที่มุมถนนสาธารณะสองสายขนาดไม่เท่ากันความสูงของอาคาร ณ จุดใดต้องไม่เกินสองเท่าของระยะราบที่ใกล้ที่สุด จากจุดนั้นไปตั้งฉากกับแนวเขตถนนสาธารณะด้านตรงข้ามของสายที่กว้างกว่า และความยาวของอาคารตามแนวถนนสาธารณะที่แคบกว่าต้องไม่เกิน 60 เมตร
ส่วนในเรื่อง BEC (Building Energy Code) เป็นเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร โดยเริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบอาคารให้สามารถลดความร้อนเข้าสู่อาคาร พร้อมเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ต้องคำนึงด้วยเพราะในปัจจุบันโดนบังคับตั้งแต่ 2, 000 ตารางเมตรขึ้นไปแล้วนะครับ เช่น
อัตราส่วนพื้นที่ของผนังโปร่งแสงต่อพื้นที่ผนังทั้งหมด(Window to wall ratio, WWR) รวมทั้งเบื้องต้นที่ควรคำนึงการป้องกันความร้อนโดยวิธีธรรมชาติ วางอาคารขวางดวงอาทิตย์ ก็ไม่ค่อยคำนึงกัน ใส่ หน้าต่างเต็มไปหมดทุกด้าน อุปกรณ์ป้องกันแดดความร้อน(Shading Divices)ก็ไม่มี จะแก้โดยการใช้วัสดุที่ป้องกันความร้อนไม่รอดแน่นอนครับ เช่น ผนังโปร่งแสงด้านทิศตะวันออก ด้านทิศตะวันตก ไม่ควรให้เกินร้อยละ 25 ส่วนด้านทิศใต้ก็ไม่ควรให้เกินร้อยละ60 ด้านทิศเหนือโดนแดดน้อย พื้นที่ผนังโปร่งแสงมากหน่อยก็ไม่ควรเกินร้อยละ 80
จึงควรศึกษาเรื่อง ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมผ่านผนังอาคาร หรือ Overall Thermal Transfer Value (OTTV) และค่าการถ่ายเทความร้อนรวมผ่านหลังคา หรือ Roof Thermal Transfer Value (RTTV) ด้วนะครับ
เอาคร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะครับ ที่ผมดูงานต่างๆของนักศึกษาสถาปัตยกรรมหลัก มีข้อบกพร่องในเรื่องดังกล่าวมาก อาจจะเป็นเพราะว่า ผู้สอนไม่ได้ตระหนักในเรื่องดังกล่าว จึงควรปรับปรุงกันนะครับ