19/06/2026
59% ของพนักงานเครียดเรื่องเงิน — แต่ HR ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่ามันกำลังทำลาย Engagement ในองค์กรอยู่
พนักงานของคุณมานั่งทำงานทุกวัน — แต่ใจอีกครึ่งหนึ่งกำลังกังวลเรื่องค่าใช้พนักงานของคุณมานั่งทำงานทุกวัน — แต่ใจอีกครึ่งหนึ่งกำลังกังวลเรื่องค่าใช้ ่ายปลายเดือนอยู่ครับ
ผลสำรวจ PwC 2026 Employee Financial Wellness Survey ที่สำรวจพนักงานเกือบ 3,500 คน เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบตัวเลขที่น่าตกใจ — 59% ของพนักงานบอกว่าตัวเองกำลังเครียดเรื่องการเงินอยู่ และ 49% รู้สึกว่าค่าตอบแทนที่ได้รับตามไม่ทันค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
และนั่นไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัวครับ — มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงาน
LearnLux Workplace Financial Wellbeing Report 2026 ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ร่วมโครงการกว่า 27,000 คนทั่วโลก พบว่า 88% ของพนักงานมีความเครียดทางการเงินในระดับหนึ่ง และ 91% บอกว่าเมื่อไม่เครียดเรื่องเงิน พวกเขาสามารถโฟกัสกับงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ส่วน Spring Health ที่สำรวจ HR/Benefits Professionals กว่า 500 คนในต้นปี 2026 ก็ยืนยันชัดเจนว่า 74% ของพนักงานบอกว่าความเครียดทางการเงินส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของตัวเองโดยตรง
แปลว่าอะไรสำหรับ HR และผู้นำองค์กร?
ความเครียดทางการเงินไม่ได้อยู่แค่ที่บ้านของพนักงานครับ มันเดินทางมาพร้อมกับพวกเขาทุกเช้าที่เข้ามาทำงาน และกำลังกัดกร่อน Productivity, Engagement และการตัดสินใจในการทำงานอยู่อย่างเงียบๆ
ที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ปัญหาของพนักงานรายได้น้อยเท่านั้น ข้อมูลจาก Financial Finesse ที่วิเคราะห์ 8.2 ล้าน User Interactions พบว่า 26.8% ของพนักงานรายงานว่ามีความเครียดทางการเงินในระดับสูงหรือหนักมาก — และตัวเลขนี้แทบไม่ต่างจากปี 2023 เลย แม้เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในบางช่วง
สำหรับ Gen Z โดยเฉพาะ ผลสำรวจ PwC พบว่า 85% บอกว่าความเครียดทางการเงินส่งผลต่อสุขภาพจิต และ 71% รายงานว่า Productivity ลดลงด้วย — ตัวเลขที่สูงกว่าทุกเจนเนอเรชัน
แล้ว HR ควรทำอะไรกับข้อมูลนี้?
🔹 มองสวัสดิการด้านการเงินเป็น "กลยุทธ์ Engagement" ไม่ใช่แค่ "สวัสดิการเสริม" — เพราะพนักงานที่มีความมั่นคงทางการเงินทำงานได้ดีกว่า มีสมาธิมากกว่า และอยู่กับองค์กรนานกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
🔹 ออกแบบโปรแกรมให้เข้าถึงได้จริงและไม่ตัดสิน — 83% ของ Gen Z และ 79% ของ Millennials ที่มีสวัสดิการด้านการเงินจากนายจ้างบอกว่าใช้งานจริง แต่ต้องออกแบบให้รู้สึกปลอดภัยพอที่จะขอความช่วยเหลือ
🔹 เชื่อมโยงสุขภาพทางการเงินเข้ากับ Wellbeing โดยรวม — ความเครียดทางการเงินเป็นหนึ่งในตัวทำนายที่แข็งแกร่งที่สุดของ Burnout, Absenteeism และการลาออก การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงเป็น ROI ที่วัดได้ชัดเจน
🔹 ฝึก Manager ให้รับรู้สัญญาณ — พนักงานมักไม่พูดถึงความเครียดทางการเงินโดยตรง แต่มันแสดงออกมาในรูปของการขาดสมาธิ การตัดสินใจช้าลง หรือการถอยห่างจากงาน Manager ที่รู้จักสัญญาณเหล่านี้สามารถส่งต่อไปยังช่องทางช่วยเหลือได้ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
เพราะในยุคที่ค่าครองชีพยังสูงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ การลงทุนในสุขภาพทางการเงินของพนักงานไม่ใช่แค่ "การทำความดี" แต่คือการลงทุนที่ส่งผลโดยตรงต่อ Engagement, Productivity และการรักษาคนเก่งในองค์กรครับ
ในองค์กรของคุณ มีโปรแกรมหรือแนวทางอะไรที่ช่วยดูแลสุขภาพทางการเงินของพนักงานบ้าง? หรือยังเป็นเรื่องที่ปล่อยให้พนักงานจัดการเองทั้งหมด? แชร์มุมมองกันได้ในคอมเมนต์เลยครับ
#สุขภาพทางการเงินพนักงาน #ความผูกพันพนักงาน #สวัสดิการพนักงาน #วัฒนธรรมองค์กร