Murph-Tech ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Murph-Tech, บริษัทคอมพิวเตอร์, Bangkok.

คุณเคยเช็กไหมว่า “อีเมลของคุณ” เคยหลุดจาก Data Breach หรือไม่?วันนี้ Murph Technology ขอแนะนำเว็บไซต์ที่มีประโยชน์มากสำห...
24/06/2026

คุณเคยเช็กไหมว่า “อีเมลของคุณ” เคยหลุดจาก Data Breach หรือไม่?

วันนี้ Murph Technology ขอแนะนำเว็บไซต์ที่มีประโยชน์มากสำหรับการตรวจสอบความเสี่ยงเบื้องต้น:

Have I Been Pwned
https://haveibeenpwned.com/

เว็บไซต์นี้ใช้สำหรับตรวจสอบว่าอีเมลของเราเคยปรากฏอยู่ในเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลจากเว็บไซต์หรือบริการต่าง ๆ หรือไม่ เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ อีเมล เบอร์โทร หรือข้อมูลส่วนตัวบางประเภทที่เคยถูกเปิดเผยจากเหตุการณ์ Data Breach

ประโยชน์ของเว็บไซต์นี้

1. เช็กความเสี่ยงของอีเมลได้ง่าย
เพียงกรอกอีเมล เว็บไซต์จะแสดงว่าอีเมลนั้นเคยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลหรือไม่

2. รู้ว่าควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านหรือไม่
หากอีเมลเคยอยู่ในเหตุการณ์รั่วไหล ควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านของบริการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะถ้าเคยใช้รหัสผ่านซ้ำกับหลายระบบ

3. ช่วยลดความเสี่ยงจาก Credential Stuffing
ผู้โจมตีมักนำอีเมลและรหัสผ่านที่เคยหลุด ไปลองเข้าสู่ระบบอื่น ๆ หากเราใช้รหัสผ่านซ้ำ บัญชีอื่นก็อาจเสี่ยงตามไปด้วย

4. สมัครแจ้งเตือนได้
สามารถสมัคร Notify Me เพื่อรับการแจ้งเตือน หากอีเมลของเราปรากฏในข้อมูลรั่วไหลใหม่ในอนาคต

วิธีใช้งานง่าย ๆ

1. เข้าเว็บไซต์ https://haveibeenpwned.com/
2. กรอกอีเมลที่ต้องการตรวจสอบ
3. กดปุ่ม Check
4. หากพบว่าเคยรั่วไหล ให้ตรวจสอบว่ามาจากบริการใด
5. เปลี่ยนรหัสผ่านทันที และเปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) หากระบบรองรับ

คำแนะนำจาก Murph Technology

- ห้ามใช้รหัสผ่านซ้ำระหว่างระบบงานและบัญชีส่วนตัว
- ใช้รหัสผ่านที่เดายาก และไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว
- เปิด MFA กับอีเมล ระบบ Cloud, VPN, Microsoft 365, Google Workspace และระบบสำคัญขององค์กร
- ใช้ Password Manager เพื่อจัดการรหัสผ่านอย่างปลอดภัย
- หากพบว่าอีเมลองค์กรเคยรั่วไหล ควรแจ้งทีม IT หรือผู้ดูแลระบบทันที

การตรวจสอบแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที แต่ช่วยให้เรารู้ความเสี่ยงและป้องกันบัญชีสำคัญได้เร็วขึ้น

Murph Technology Co., Ltd.
Your Trusted Partner for Enterprise IT & Security

ภัยคุกคามใหม่จาก Lazarus Group: RemotePE Malware มุ่งเป้าองค์กรการเงินและคริปโตมีรายงานว่า Lazarus Group กลุ่มภัยคุกคามท...
21/06/2026

ภัยคุกคามใหม่จาก Lazarus Group: RemotePE Malware มุ่งเป้าองค์กรการเงินและคริปโต

มีรายงานว่า Lazarus Group กลุ่มภัยคุกคามที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ กำลังใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RemotePE โจมตีองค์กรด้านการเงินและ Cryptocurrency

RemotePE เป็นมัลแวร์ประเภท Remote Access Trojan หรือ RAT ที่มีจุดเด่นคือการทำงานแบบ memory-only หมายความว่า payload หลักสามารถรันอยู่ในหน่วยความจำโดยไม่จำเป็นต้องเขียนไฟล์ลงดิสก์โดยตรง ทำให้การตรวจจับด้วยเครื่องมือแบบเดิมทำได้ยากขึ้น

สิ่งที่ทำให้เคสนี้น่ากังวล

- ใช้เทคนิค Social Engineering หลอกเป้าหมายก่อนส่งมัลแวร์
- มีหลายขั้นตอนใน Attack Chain เช่น DPAPILoader และ RemotePELoader
- ออกแบบมาเพื่อลดร่องรอยบนเครื่องเหยื่อ
- มีพฤติกรรมเหมาะกับการฝังตัวระยะยาว
- มุ่งเป้าไปที่องค์กรที่มีข้อมูลหรือธุรกรรมทางการเงินมูลค่าสูง

สำหรับองค์กร นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่อง Antivirus ตรวจเจอหรือไม่เจอ แต่เป็นเรื่องของการมีระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ การมอนิเตอร์ Endpoint, Network และ Incident Response ที่พร้อมรับมือภัยคุกคามแบบซับซ้อน

แนวทางที่องค์กรควรให้ความสำคัญ

- ตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติบน Endpoint
- ใช้ EDR/XDR เพื่อตรวจจับการโจมตีแบบ fileless และ memory-based
- เฝ้าระวังการเชื่อมต่อไปยัง C2 Server
- อบรมผู้ใช้งานให้ระวัง Social Engineering
- มี Incident Response Plan ที่ทดสอบใช้งานได้จริง

ภัยคุกคามยุคใหม่ไม่ได้เริ่มจากมัลแวร์เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการหลอกให้ผู้ใช้งาน “เชื่อใจ” ก่อนเปิดทางให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบ

Murph Technology ช่วยองค์กรวางแนวทางป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับองค์กร









Gemma 4 12B: เมื่อ AI เริ่มขยับจาก Cloud มาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้นช่วงที่ผ่านมา AI ส่วนใหญ่ที่เราใช้งานกันมักทำงานอยู่บน C...
04/06/2026

Gemma 4 12B: เมื่อ AI เริ่มขยับจาก Cloud มาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น

ช่วงที่ผ่านมา AI ส่วนใหญ่ที่เราใช้งานกันมักทำงานอยู่บน Cloud
ไม่ว่าจะเป็นการถามตอบ วิเคราะห์เอกสาร เขียนโค้ด หรือช่วยสรุปข้อมูลต่าง ๆ

แต่การมาของ Gemma 4 12B จาก Google กำลังทำให้ภาพของ AI เปลี่ยนไปอีกขั้น

Gemma 4 12B เป็นโมเดล AI แบบ open-weight ที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งงานข้อความ รูปภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และงานด้าน coding โดยจุดที่น่าสนใจคือ Google ระบุว่าโมเดลนี้สามารถนำไปรันบนเครื่องระดับ Laptop ที่มี RAM 16GB ได้ในบางรูปแบบการใช้งาน

สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับองค์กร

เพราะในอนาคต AI อาจไม่ได้จำเป็นต้องส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้น Cloud เสมอไป
บางงานสามารถประมวลผลใกล้กับผู้ใช้งาน หรือแม้แต่ภายในเครื่องขององค์กรเองได้มากขึ้น

ตัวอย่างงานที่ Local AI แบบนี้อาจเข้ามาช่วยได้ เช่น

- ช่วยสรุปเอกสารภายใน
- วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
- ช่วยเขียนหรืออธิบายโค้ด
- ทำงาน automation บางประเภท
- ใช้เป็น AI Assistant ภายในองค์กร
- ลดความเสี่ยงจากการส่งข้อมูลสำคัญออกนอกระบบ

แน่นอนว่า Local AI ยังไม่ได้มาแทน Cloud AI ทั้งหมด
โมเดลขนาดใหญ่บน Cloud ยังมีข้อได้เปรียบด้านพลังประมวลผล ความแม่นยำ และความสามารถในงานซับซ้อนระดับสูง

แต่ Gemma 4 12B ทำให้เราเห็นทิศทางที่ชัดขึ้นว่า
AI ในอนาคตจะไม่ได้มีแค่แบบ “ใช้งานผ่าน Cloud” เท่านั้น
แต่จะมีทั้ง AI บน Cloud, AI ภายในองค์กร และ AI ที่รันใกล้กับผู้ใช้งานมากขึ้น

สำหรับองค์กร นี่คือสัญญาณสำคัญว่า
การวางแผนเรื่อง AI Infrastructure, Data Privacy และ Security จะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะคำถามต่อไปอาจไม่ใช่แค่ว่า
“เราจะใช้ AI ตัวไหนดี”

แต่คือ
“เราควรให้ AI ทำงานที่ไหน จัดการข้อมูลอย่างไร และควบคุมความปลอดภัยได้มากแค่ไหน”

Murph Technology Co., Ltd.
Your Trusted Partner for Enterprise IT & Security

SSL/TLS Certificate กำลังจะอายุสั้นลง องค์กรควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้หลายองค์กรอาจคุ้นเคยกับการต่ออายุ SSL/TLS Cert...
27/05/2026

SSL/TLS Certificate กำลังจะอายุสั้นลง องค์กรควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้

หลายองค์กรอาจคุ้นเคยกับการต่ออายุ SSL/TLS Certificate ปีละครั้ง หรือให้ทีม IT คอยจำรอบต่ออายุแล้วเข้าไปเปลี่ยน Certificate เองเมื่อใกล้หมดอายุ

แต่แนวทางนี้กำลังจะไม่เหมาะกับการใช้งานในอนาคต

เพราะมาตรฐานของ Public SSL/TLS Certificate กำลังถูกปรับให้อายุสั้นลงเรื่อย ๆ จากเดิมที่ใช้งานได้สูงสุด 398 วัน ไปจนถึง 47 วันภายในปี 2029

นั่นหมายความว่า การดูแล Certificate จะไม่ใช่งานที่ทำปีละครั้งอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นงานที่ต้องบริหารอย่างต่อเนื่อง มีระบบติดตาม มีผู้รับผิดชอบ และควรมี Automation เข้ามาช่วย

1. รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง

แนวทางใหม่ของ CA/Browser Forum จะค่อย ๆ ลดอายุสูงสุดของ Public SSL/TLS Certificate ลงตามช่วงเวลา

โดยสรุปคือ

• ปัจจุบัน อายุสูงสุด 398 วัน
• 15 มีนาคม 2026 ลดเหลือ 200 วัน
• 15 มีนาคม 2027 ลดเหลือ 100 วัน
• 15 มีนาคม 2029 ลดเหลือ 47 วัน

เหตุผลหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของระบบออนไลน์ ลดความเสี่ยงในกรณีที่ Certificate หรือ Private Key ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และทำให้องค์กรหันมาใช้ระบบอัตโนมัติในการจัดการ Certificate มากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ Certificate ที่มีอายุสั้นลง จะช่วยลดช่วงเวลาความเสียหายหากเกิดเหตุไม่ปลอดภัย แต่ในมุมขององค์กร ก็หมายความว่าต้องบริหารจัดการให้แม่นยำกว่าเดิม

2. ผลกระทบต่อองค์กร

ผลกระทบแรกคือภาระงานของทีม IT จะเพิ่มขึ้น

ถ้าองค์กรยังต่ออายุ Certificate แบบ Manual เช่น จำวันหมดอายุเอง ดาวน์โหลดไฟล์เอง แล้วนำไปติดตั้งเอง ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมาก เพราะรอบการต่ออายุจะถี่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ผลกระทบถัดมาคือความเสี่ยงที่ระบบจะหยุดให้บริการจาก Certificate หมดอายุ

ตัวอย่างระบบที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น

• เว็บไซต์บริษัท
• Web Application
• Customer Portal
• API สำหรับเชื่อมต่อระบบ
• Mobile Application Backend
• VPN / SSL VPN
• Firewall / Load Balancer / WAF
• Mail Gateway
• Admin Portal
• Security Console

หลายครั้งปัญหา Certificate หมดอายุไม่ได้กระทบแค่หน้าเว็บขึ้นแจ้งเตือนว่าไม่ปลอดภัย แต่อาจทำให้ลูกค้าเข้าใช้งานไม่ได้ ระบบเชื่อมต่อกันไม่ได้ หรือบริการสำคัญหยุดทำงานทันที

อีกประเด็นที่สำคัญคือเรื่องภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ถ้าเข้าเว็บไซต์แล้วเจอข้อความเตือนเรื่อง Certificate หรือ Browser แจ้งว่าเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย ความเชื่อมั่นต่อองค์กรจะลดลงทันที แม้สาเหตุจริงจะเป็นเพียงการต่ออายุ Certificate ไม่ทันก็ตาม

3. วิธีเตรียมพร้อมสำหรับองค์กร

สิ่งแรกที่องค์กรควรทำคือ สำรวจให้ครบว่าตอนนี้มี SSL/TLS Certificate อยู่ที่ไหนบ้าง

ไม่ใช่ดูแค่เว็บไซต์หลัก แต่ควรรวมถึงระบบอื่น ๆ ด้วย เช่น VPN, Firewall, Load Balancer, WAF, Mail Gateway, API Gateway, Kubernetes Ingress, Reverse Proxy, NAS, Admin Portal และระบบของ Vendor ต่าง ๆ

ข้อมูลที่ควรมีในรายการ Certificate Inventory ได้แก่

• ชื่อ Domain / FQDN
• ระบบที่ใช้งาน Certificate
• วันหมดอายุ
• ผู้ออก Certificate
• เจ้าของระบบ
• ผู้รับผิดชอบการต่ออายุ
• วิธีต่ออายุในปัจจุบัน
• ระดับความสำคัญของระบบ

หลังจากนั้นควรจัดลำดับความสำคัญของระบบ เริ่มจากระบบที่กระทบธุรกิจโดยตรง เช่น เว็บไซต์หลัก, Customer Portal, API, VPN, Firewall, Load Balancer และระบบที่ลูกค้าหรือคู่ค้าใช้งาน

ขั้นต่อมาคือการลดการพึ่งพาการทำงานแบบ Manual

องค์กรควรเริ่มวางระบบ Auto-renewal หรือ Certificate Lifecycle Management เพื่อให้การต่ออายุ ติดตั้ง และตรวจสอบ Certificate ทำได้อัตโนมัติมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการลืม ต่ออายุไม่ทัน หรือติดตั้งผิดระบบ

นอกจากนี้ควรมีระบบ Monitoring และ Alert ที่แจ้งเตือนก่อน Certificate หมดอายุ เช่น 30 วัน, 14 วัน, 7 วัน, 3 วัน และ 1 วัน เพื่อให้ทีม IT มีเวลาจัดการก่อนเกิดปัญหาจริง

สุดท้าย ควรมี Runbook สำหรับกรณีที่ต่ออายุ Certificate ไม่สำเร็จ เช่น ต้องตรวจ DNS Validation อย่างไร ตรวจ HTTP Validation อย่างไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ ต้อง Escalate ไปที่ใคร และต้องทดสอบระบบหลัง Deploy อย่างไร

4. ทำไม PAM และ CLM ถึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อ Certificate มีอายุสั้นลง องค์กรไม่ได้ต้องดูแลแค่ “วันหมดอายุ” เท่านั้น แต่ต้องรู้ด้วยว่า Certificate แต่ละใบอยู่ที่ไหน ใครมีสิทธิ์เข้าถึงระบบที่ติดตั้ง Certificate และกระบวนการต่ออายุถูกควบคุมอย่างปลอดภัยหรือไม่

นี่คือจุดที่ PAM และ CLM เข้ามามีบทบาท

PAM หรือ Privileged Access Management ช่วยควบคุมบัญชีสิทธิ์สูง เช่น Admin, Root, System Account หรือบัญชีที่ใช้เข้าถึง Server, Firewall, Load Balancer และระบบสำคัญต่าง ๆ

ส่วน CLM หรือ Certificate Lifecycle Management ช่วยบริหารวงจรชีวิตของ Digital Certificate ตั้งแต่การค้นหา Certificate ในระบบ การติดตามวันหมดอายุ การแจ้งเตือน การต่ออายุ และการจัดการ Certificate แบบรวมศูนย์

สำหรับองค์กรที่มีระบบจำนวนมาก การใช้เพียง Excel หรือ Calendar เตือนวันหมดอายุอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่การลืมต่ออายุ แต่รวมถึงการไม่มีเจ้าของระบบที่ชัดเจน การติดตั้งผิดจุด การใช้ Certificate เก่าค้างอยู่ในระบบ หรือการให้สิทธิ์ Admin มากเกินความจำเป็น

Segura PAM และ Segura Certificate Lifecycle Management เป็น Solution ที่ช่วยให้องค์กรบริหารได้ทั้งฝั่ง “คนที่เข้าถึงระบบ” และ “Certificate ที่ระบบใช้ยืนยันตัวตน”

Segura PAM ช่วยควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกการใช้งานบัญชีสิทธิ์สูง ลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงระบบสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต

Segura Certificate Manager / CLM ช่วยให้องค์กรค้นหา ติดตาม แจ้งเตือน และบริหารจัดการ Certificate ได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจาก Certificate หมดอายุ และลดภาระงาน Manual ของทีม IT

สรุป

การที่ SSL/TLS Certificate จะอายุสั้นลงเหลือ 47 วันภายในปี 2029 ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับองค์กร เพราะระบบออนไลน์แทบทุกส่วนต้องพึ่งพา Certificate ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

องค์กรที่เตรียมตัวเร็ว จะสามารถลดความเสี่ยงจากระบบล่ม ลดภาระงานซ้ำซ้อนของทีม IT และบริหารความปลอดภัยของระบบได้ดีกว่า

สิ่งที่ควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้คือ

• ทำ Certificate Inventory
• ระบุเจ้าของระบบให้ชัดเจน
• ตั้ง Monitoring และ Alert
• วางระบบ Auto-renewal
• ทำ Runbook สำหรับกรณีเกิดปัญหา
• ใช้ PAM เพื่อควบคุมสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ
• ใช้ CLM เพื่อบริหาร Certificate แบบรวมศูนย์

เพราะในอนาคต การจัดการ SSL/TLS Certificate จะไม่ใช่แค่งานต่ออายุใบรับรอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความต่อเนื่อง ความปลอดภัย และการควบคุมสิทธิ์ของระบบ IT ทั้งองค์กร

Murph Technology พร้อมให้คำปรึกษาด้าน IT Infrastructure, Cybersecurity, Segura PAM และ Segura Certificate Lifecycle Management สำหรับองค์กรที่ต้องการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ




















Blancco Solutions | โซลูชันลบข้อมูลถาวรระดับองค์กรในยุคที่องค์กรต้องบริหารข้อมูลจำนวนมาก การลบข้อมูลก่อนปลดระวางอุปกรณ์ห...
13/05/2026

Blancco Solutions | โซลูชันลบข้อมูลถาวรระดับองค์กร

ในยุคที่องค์กรต้องบริหารข้อมูลจำนวนมาก การลบข้อมูลก่อนปลดระวางอุปกรณ์หรือส่งต่อเครื่องให้ผู้อื่น ไม่ควรจบแค่การ Format, Delete File หรือ Reset เครื่อง เพราะวิธีเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญจะถูกกู้คืนกลับมาได้

Blancco คือโซลูชันด้าน Certified Data Erasure ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ ช่วยลบข้อมูลออกจากอุปกรณ์ IT อย่างถาวร ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนหลังได้ ไม่ว่าจะเป็น Laptop, Desktop, Server, HDD, SSD, Mobile Device หรืออุปกรณ์ในกระบวนการ IT Asset Disposition

จุดเด่นสำคัญของ Blancco คือการสร้าง Certificate of Erasure หลังจากลบข้อมูลเสร็จสิ้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการ Audit, Compliance และนโยบายด้าน Data Protection ขององค์กร ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล และทำให้กระบวนการปลดระวางหรือส่งต่ออุปกรณ์มีมาตรฐานมากขึ้น

เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดการวงจรชีวิตของอุปกรณ์ IT อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การใช้งาน การเปลี่ยนเครื่อง การคืนทรัพย์สิน การขายต่อ ไปจนถึงการทำลายข้อมูลตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

Murph Technology พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ และนำเสนอโซลูชัน Blancco ให้เหมาะกับการใช้งานจริงขององค์กรคุณ

ที่อยู่

Bangkok
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66865889024

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Murph-Techผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์