ICMS Cyber Solution

ICMS Cyber Solution Welcome to ICMS Cyber Solution.

We provide a full range of digital forensics and training services to help you protect your business from cyber threats throughout Thailand & Asia

🔥 Firewall & Firewall Logs — The First Line of Defense for Your Organization and Critical Evidence You Should Never Over...
26/08/2026

🔥 Firewall & Firewall Logs — The First Line of Defense for Your Organization and Critical Evidence You Should Never Overlook

In today’s cyber world, a “Firewall” is the first layer of defense for an organization.

But what many people may not realize is that the “Firewall Logs” it records can become some of the most valuable digital evidence when a cyberattack or data breach occurs.

🧱 What Is a Firewall?

A Firewall is a system designed to filter and control connections between internal and external networks.

Think of it as the “border control of your IT environment,” allowing or denying access based on predefined rules.

🧩 Then, What Are Firewall Logs?

Every time a connection passes through a Firewall — whether it is “Allowed” or “Denied” — the system records important information in its log files, such as:

Source and destination IP addresses
Ports and protocols used
Time of the event
Action taken (Allowed / Denied)

These details may seem ordinary, but to Digital Forensics professionals, they can serve as the “digital footprints” of a cyber intruder.

⚠️ Why Are Firewall Logs So Important?

When incidents such as:

💥 External Attacks
🕵️‍♂️ Data Breaches
🧠 Unauthorized Access

occur, Firewall Logs can serve as critical evidence to help trace the incident back and determine:

📍 Where the incident originated
📍 Which system or device initiated the connection
📍 When the attack occurred
📍 How the attacker accessed internal systems

🔍 What Role Does Digital Forensics Play?

Digital Forensics teams can use Firewall Logs to:

✅ Trace the attack path
✅ Investigate IP addresses and attacker behavior
✅ Analyze the timing of attacks and correlate events with other systems
✅ Collect and preserve evidence in accordance with Chain of Custody principles for use in legal proceedings

In addition, Digital Forensics can help verify the integrity of the evidence by determining whether logs have been altered and whether they can be reliably traced back and validated.

!!! Many organizations automatically delete logs within 30 days — but cyber threats are often discovered “after that period.”

Continuous log retention and regular review by security professionals are therefore essential to building Cyber Resilience.

At ICMS Cyber Solution, we help organizations:

🔹 Conduct in-depth analysis of Firewall Logs and network systems
🔹 Investigate intrusions and identify their technical origins
🔹 Produce practical reports that can support legal proceedings
🔹 Develop preventive measures to help ensure the same incident does not happen again

With more than 10 years of experience in Digital Forensics and Incident Response, our team supports organizations in investigating cyber incidents, collecting and preserving digital evidence, serving as expert witnesses in court, and implementing proactive security measures based on global standards — helping your business move forward with confidence and security.

📞 Free Initial Consultation
🌐 www.icmscyber.com
📩 [email protected]
📱 LINE:

เพราะการกู้ระบบกลับมาใช้งานได้ ไม่ได้แปลว่า Incident จบแล้วในระหว่างการโจมตี Hacker อาจทิ้งช่องทางสำหรับกลับเข้ามา เช่น ...
25/08/2026

เพราะการกู้ระบบกลับมาใช้งานได้ ไม่ได้แปลว่า Incident จบแล้ว

ในระหว่างการโจมตี Hacker อาจทิ้งช่องทางสำหรับกลับเข้ามา เช่น Compromised Account, Persistence Mechanism, Remote Access Tool หรือสิทธิ์ที่ยังไม่ได้ถูกยึดคืน

หากองค์กรรีบ Restore หรือ Rebuild ระบบโดยไม่เก็บ Digital Evidence ไว้ก่อน หลักฐานสำคัญที่ช่วยตอบว่า

Hacker เข้ามาทางไหน?
ทำอะไรไว้บ้าง?
เข้าถึงระบบหรือข้อมูลอะไร?
และยังสามารถกลับเข้ามาได้หรือไม่?

อาจถูกเขียนทับหรือสูญหายไป

และปัญหาไม่ได้จบแค่เรื่อง Technical

เมื่อหลักฐานไม่เพียงพอ องค์กรอาจไม่สามารถประเมินเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลต่อการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแจ้งลูกค้าและคู่ค้า การแสดงหลักฐานด้าน Compliance การเคลม Cyber Insurance รวมถึงการปกป้ององค์กรหากเกิดข้อพิพาทหรือการดำเนินคดี

ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ผู้บริหารอาจต้องตัดสินใจจาก “ข้อสันนิษฐาน” แทนที่จะเป็น “หลักฐาน”

เช่น คิดว่า Incident จบแล้ว เพราะ Server ที่ถูกเข้ารหัสถูก Rebuild กลับมาใช้งานได้

แต่ในความเป็นจริง Hacker อาจยังสามารถกลับเข้ามาผ่าน Compromised Account, Remote Access Tool หรือ Cloud Service ที่ยังถูกยึดไว้ได้

ดังนั้น System Recovery กับ Incident Response ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

การทำ Digital Forensics ช่วยให้องค์กรตรวจสอบต้นเหตุ ขอบเขตของการโจมตี และค้นหาช่องทางที่ผู้โจมตีอาจทิ้งไว้ ก่อนที่หลักฐานจะหายไป

เพราะคำว่า “ระบบกลับมาแล้ว”
อาจไม่ได้หมายความว่า “Hacker ออกไปแล้ว”

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
https://icmscyber.com/wp-content/uploads/2026/08/Why-Digital-Forensics-Must-Be-Part-of-Your-Incident-Response-Plan-Eng.pdf

📩 Contact Us
🌐 https://lnkd.in/gYHYNGpg
📧 [email protected]
💬 LINE OA:
📞 +66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

🌑 [ THE CASE IN THE SHADOWS ]Why Recovering Your Systems Too Quickly... May Destroy the Evidence That Matters MostImagin...
24/08/2026

🌑 [ THE CASE IN THE SHADOWS ]
Why Recovering Your Systems Too Quickly... May Destroy the Evidence That Matters Most

Imagine the darkest possible scenario for an organization...

Monday morning. Every screen is taken over by a blood-red message from the attacker:

“Your systems have been encrypted.”

Pressure immediately falls on the IT team. Management demands a rapid recovery. Employees need their files back. Customers are waiting for services to resume. Everyone is rushing to put out the cyber fire as quickly as possible.

🛑 But in the cyber world, the faster you move without a plan, the more traces of the attacker you may erase.

Restoring systems without first preserving and examining digital evidence can be like allowing people to walk through a crime scene until the attacker’s fingerprints are gone.

By the time you realize you need answers, critical evidence such as log files, traces of attacker activity, and persistence mechanisms may already have been overwritten or permanently destroyed.

Don’t let panic turn your organization into the one destroying the evidence.

💻 So, what is the real danger? And why should organizations involve a “cyber detective” from the very first moment an incident occurs?

🔗 Discover the full story and learn why Digital Forensics matters in ransomware incidents:
[https://staging.icmscyber.com/.../Why-Digital-Forensics]

📩 Contact Us
🌐 [https://lnkd.in/gYHYNGpg]
📧 [[email protected]]
💬 LINE OA:
📞 +66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

🚨 VULNERABILITY POINT“ช่องโหว่หนึ่งจุด อาจกลายเป็นประตูสู่ Ransomware”ลองนึกภาพว่าองค์กรของคุณมีอาคารที่เต็มไปด้วยระบบสำ...
20/08/2026

🚨 VULNERABILITY POINT

“ช่องโหว่หนึ่งจุด อาจกลายเป็นประตูสู่ Ransomware”

ลองนึกภาพว่าองค์กรของคุณมีอาคารที่เต็มไปด้วยระบบสำคัญ

แต่มีประตูบานหนึ่งที่ล็อกไม่สนิท

คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่าประตูบานนั้นมีปัญหา

แต่สำหรับผู้โจมตี...

นั่นอาจเป็น “ทางเข้า”

Vulnerability หรือช่องโหว่ คือจุดอ่อนของ Software, System หรือ Configuration ที่อาจถูกนำมาใช้โจมตีได้

และเมื่อช่องโหว่นั้นอยู่บนระบบที่เปิดให้เข้าถึงจาก Internet ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่นั้นเพื่อสร้าง Initial Access เข้าสู่ระบบขององค์กร

จากนั้นการโจมตีอาจไม่ได้จบลงแค่เครื่องเดียว

ผู้โจมตีอาจพยายามค้นหา Accounts, Servers และระบบสำคัญ

ขยายการเข้าถึงไปยังระบบอื่น

ค้นหาข้อมูลและ Backup

ก่อนจะนำ Ransomware เข้ามาสร้างความเสียหายในขั้นสุดท้าย

จึงเกิดเส้นทางที่อันตรายอย่างหนึ่ง:

Vulnerability

Initial Access

Internal Discovery

Lateral Movement

Critical Systems

Ransomware

สิ่งที่น่ากลัวคือ...

องค์กรอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าช่องโหว่นั้นกำลังถูกใช้เป็นประตู

เพราะในหลายกรณี ผู้โจมตีอาจเข้าระบบได้ก่อนที่จะเกิดความเสียหายที่มองเห็นได้

ดังนั้นการป้องกัน Ransomware ไม่ควรรอจนกว่าไฟล์จะถูกเข้ารหัส

แต่ควรเริ่มตั้งแต่การค้นหา “ประตู” ที่ผู้โจมตีอาจใช้เข้ามา

🔍 Vulnerability Assessment
🛡️ Patch & Update
🔐 Secure Configuration
📊 Continuous Monitoring
🚨 Incident Response

เพราะช่องโหว่หนึ่งจุด อาจไม่ได้จบแค่ระบบหนึ่งเครื่อง

แต่มันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตีทั้งองค์กร

ICMS Cyber Solution ให้บริการด้าน Cybersecurity และ Digital Forensics เพื่อช่วยองค์กรค้นหาความเสี่ยง ตรวจสอบเหตุการณ์ และรับมือกับ Cyber Incident อย่างเป็นระบบ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
https://icmscyber.com/wp-content/uploads/2025/09/Effective-Response-to-Ransomware-Attacks-The-Crucial-Role-of-Digital-Forensics-Eng.pdf

📩 Contact Us
🌐 https://lnkd.in/gYHYNGpg
📧 [email protected]
💬 LINE OA:
📞 +66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

ออฟฟิศตอนดึกวันศุกร์สิ้นเดือน เวลา 4 ทุ่มแสงไฟในออฟฟิศเหลือเพียงไม่กี่ดวง ท่ามกลางความเงียบที่แทบไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสี...
19/08/2026

ออฟฟิศตอนดึกวันศุกร์สิ้นเดือน เวลา 4 ทุ่ม

แสงไฟในออฟฟิศเหลือเพียงไม่กี่ดวง ท่ามกลางความเงียบที่แทบไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงแอร์และเสียงแป้นพิมพ์ที่ดังเป็นระยะ

สุชาติกำลังทำงานด้วยความง่วงขั้นสุด จากการทำงานมาไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ลากยาวแบบนี้มาตั้งแต่วันจันทร์ สุชาติที่กำลังนั่งเคลียร์รายการบัญชีประจำปีชุดสุดท้าย สมองที่เบลอ ตาดำคล้ำ หายใจลึกด้วยความเหนื่อยอ่อน สติที่แทบจะดับวูบตลอดเวลาถ้าไม่มีกาแฟดำข้าง ๆ คอยช่วย

เขาได้กระดกกาแฟอึกสุดท้ายพร้อมงานที่เช็คลง ในขณะ final check เขาได้พบว่า มีรายการหนึ่งที่เขาทำผิด ทำให้ตัวเลขเกือบครึ่งเลื่อน

เขาเอามือลูบหน้าด้วยความสิ้นหวัง พร้อมถอนหายใจแล้วเดินไปชงกาแฟแก้วที่ 15

เมื่อเขากลับมาที่โต๊ะพร้อมกาแฟร้อน ๆ ในมือ เขาซดไป 1 อึด ความร้อนและเข้มของกาแฟ ทำให้เขาพอที่จะมีสติขึ้นมาได้บ้าง

ทันใดนั้น เขามองเห็นสิ่งผิดปกติที่ขึ้นมาบนหน้าจอ

มีอีเมลหนึ่งส่งมาหาเขา

เป็นเมลจากหัวหน้า

ซึ่งเนื้อหาเมลคือ : สุชาติ งานบัญชีให้หยุดไว้ก่อน เดี๋ยวผมจะรับทำต่อเอง ส่งมาให้ผมได้เลย

ด้วยความเหนื่อยล้าถึงขีดสุด รวมตัวกับความเครียด และความสิ้นหวัง ที่ปกคลุมเขามากว่า 60 ชั่วโมง เหมือนเขาได้เห็นแสงสว่าง เป็นแสงเจิดจ้าลอดผ่านรูเล็ก ๆ กลางในเมฆครึ้มและฝุ่นควัน

ไม่เอาแล้ว พอแล้ว เหนื่อยแล้ว เอาไปให้พ้น ๆ ฉันที สัมปชัญญะของสุชาติดับวูบ เหลือแต่ร่างกายที่ขยับไปพร้อมอารมณ์ เคล้ากับเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว พร้อมกับเมาส์ที่กำลังลากไฟล์รายการบัญชีของทั้งปีไปยังอีเมลของหัวหน้าที่ส่งมา

คลิก

เสียงคลิกเบา ๆ ของเมาส์ที่กดส่งเมล เหมือนเสียงระฆังแห่งการปลดปล่อยพร้อมกับเมฆฝุ่นที่สลายออกไป

ได้พักเสียที

และสุชาติก็รีบกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว แบบสุดชีวิต น้ำอุ่น ๆ อาหารเบา ๆ ก่อนนอน เตียงนิ่ม ๆ ตาของสุชาติได้หลับลงไปด้วยความเหนื่อยอ่อน.......
.

แต่ หายนะใหญ่ที่เกินว่าสุชาติจะไหว.....มันเริ่มไปแล้ว

2 สัปดาห์ถัดมา ออฟฟิศที่มีเพียงแป้นพิมพ์กลับเต็มไปด้วยความสับสน ผนักบัญชี โทรตามเงิน Vendor เพราะ

“ทางบริษัทได้รับเงินเรียบร้อยแล้วครับ แต่ทำไมเงินถึงยังไม่เข้าบัญชี?”

แต่คำตอบที่รับได้นั้น

"ช่วงวีคที่แล้ว บริษัทส่งเมลมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงบัญชี...ไม่...ใช่...เหรอ..?"

ประโยคเดียวสะเทือนไปทั้งบริษัท

บางรายยืนยันว่าจ่ายเงินแล้ว

บางรายส่งหลักฐานการโอนมาให้

ยอดเงินถูกต้อง ชื่อบริษัทถูกต้อง เลข Invoice ถูกต้อง

ทุกอย่างดูเหมือนถูกต้อง... ยกเว้นเพียงอย่างเดียว

เงินไม่ได้เข้าบัญชีของบริษัท

บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ฝ่ายบัญชีพยายามตรวจสอบรายการย้อนหลัง ฝ่ายการเงินเร่งโทรหาธนาคาร ขณะที่ฝ่ายบริหารเริ่มเรียกประชุมด่วนทีละชุด

จากคำถามเล็ก ๆ กลายเป็นเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด

จากความสับสน กลายเป็นความกดดัน และในวินาทีนั้น ทุกคนเริ่มเข้าใจตรงกันว่า...นี่คือเหตุการณ์ Data Breach

" Data Breach คือเหตุการณ์ที่ข้อมูลถูกเข้าถึง คัดลอก เปิดเผย หรือถูกนำออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ ความผิดพลาดของบุคคล หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกนำไปใช้เพื่อปลอมตัว หลอกลวง หรือฉ้อโกงต่อทั้งบริษัท ลูกค้า และคู่ค้า สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และความลับทางธุรกิจ "
......และเมื่อข้อมูลหลุดออกไปแล้ว องค์กรจะไม่สามารถควบคุมได้อีกว่ามันจะถูกนำไปใช้ที่ไหน และกับใคร.....

สุชาติที่กำลังเห็นภาพหายนะที่เกิดขึ้น รีบเปิด Sent Mail หาอีเมลฉบับนั้น

เขาเริ่มดูรายละเอียดอีเมล “หัวหน้า” ที่ส่งมาหาเขาเมื่อคืน

ปรากฏว่า อักษรที่เขาเข้าใจมาตลอดว่าเป็นตัว l เล็กในชื่อของหัวหน้านั้น แท้จริง..... มันคือ 1 เลขหนึ่ง ...\

Business Email Compromise (BEC) มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน และอีเมลที่ใช้โจมตีอาจแนบเนียนจนแยกออกจากการสื่อสารตามปกติได้ยาก นี่คือเหตุผลที่องค์กรจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity ให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

แต่ในความเป็นจริง มนุษย์สามารถผิดพลาดได้

เมื่อเกิด Data Breach จาก Business Email Compromise (BEC) Digital Forensics สามารถช่วยตรวจสอบย้อนกลับเพื่อหาสาเหตุและขอบเขตของเหตุการณ์ เช่น

• ตรวจสอบว่า Account หรือ Email ใดถูก Compromise และถูกเข้าถึงเมื่อใด

• ตรวจสอบว่าเหตุการณ์เกิดจาก Credentials ที่รั่วไหล การใช้ Password ซ้ำ หรือการโจมตีในรูปแบบอื่นหรือไม่

• ตรวจสอบว่ามี Malware หรือช่องทางอื่นที่อาจทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบและข้อมูลภายในหรือไม่

• ตรวจสอบว่าอีเมลหรือข้อมูลภายในถูกเข้าถึง คัดลอก หรือส่งออกไปยังภายนอกเมื่อใด

• วิเคราะห์ Email, Logs และข้อมูลจากระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง Timeline และประเมินว่าผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลใดไปบ้าง

• ประเมินขอบเขตของ Data Breach เพื่อช่วยให้องค์กรวางแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำ

ความพังพินาศในแบบที่สุชาติได้กระทำ อาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งการสร้าง Cyber Awareness ให้พนักงาน การเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยของบัญชีและอีเมล การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการมี Incident Response และ Digital Forensics Plan ที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุ เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

ทาง ICMS Cyber Solution มีบทความเกี่ยวกับ
“Preventing Business Email Fraud”
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางป้องกัน Business Email Fraud

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
https://icmscyber.com/wp-content/uploads/2024/06/Preventing-Business-Email-Fraud-Eng.pdf

📩 Contact Us
🌐 https://lnkd.in/gYHYNGpg
📧 [email protected]
💬 LINE OA:
📞 +66-2-115-5125 | +66-65-607-3133


RANSOMWARE ATTACK TIMELINE !!!Ransomware Attack เกิดขึ้นได้อย่างไร?เวลาพูดถึง Ransomware เรามักเห็นภาพสุดท้ายว่า ไฟล์ถูก...
14/08/2026

RANSOMWARE ATTACK TIMELINE !!!

Ransomware Attack เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เวลาพูดถึง Ransomware เรามักเห็นภาพสุดท้ายว่า ไฟล์ถูกเข้ารหัส ระบบใช้งานไม่ได้ และมีข้อความเรียกค่าไถ่ปรากฏขึ้น แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้น ผู้โจมตีอาจต้องผ่านหลายขั้นตอนภายในระบบขององค์กรก่อน

ลองมองภาพ Ransomware เหมือนการที่ผู้บุกรุกค่อย ๆ เข้ามาในองค์กร จากนั้นหาทางแฝงตัว สำรวจว่ามีอะไรอยู่ที่ไหน ขยายการเข้าถึงไปยังพื้นที่สำคัญ ก่อนลงมือสร้างความเสียหาย

01 — INITIAL ACCESS 🔓
“หาทางเข้ามาในระบบ”

การโจมตีเริ่มต้นเมื่อผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบขององค์กรได้ เช่น ผ่าน Phishing, บัญชีที่ถูกขโมย, ช่องโหว่ของระบบที่เปิดสู่ Internet หรือบริการ Remote Access ที่ถูกโจมตี

❗จุดสำคัญคือ การเข้าถึงครั้งแรกไม่ได้หมายความว่าผู้โจมตีจะปล่อย Ransomware ทันที
ในหลายเหตุการณ์ นี่เป็นเพียงการเปิดประตูครั้งแรกเท่านั้น

02 — ESTABLISH FOOTHOLD 🎯
“เข้ามาแล้ว ต้องทำอย่างไรถึงจะกลับเข้ามาได้อีก?”

หลังจากเข้าระบบได้ ผู้โจมตีอาจพยายามรักษาการเข้าถึงเอาไว้ และหาวิธีทำงานภายในระบบโดยไม่ให้ถูกตรวจพบ ในบางเหตุการณ์อาจมีการใช้บัญชีที่ถูกต้องตามระบบ หรือเครื่องมือที่มีอยู่ในองค์กร เพื่อให้การเคลื่อนไหวดูเหมือนกิจกรรมปกติ

เป้าหมายคือการเปลี่ยนจาก “เข้ามาได้ครั้งหนึ่ง” ให้กลายเป็น “สามารถเข้าถึงระบบนี้ต่อไปได้”

03 — DISCOVERY & LATERAL MOVEMENT 🔎
“เมื่อเข้ามาแล้ว ก็ต้องรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน”

ผู้โจมตีจะเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อม เช่น Users, Servers, Network, Domain และระบบที่มีความสำคัญ จากนั้นจึงอาจขยายการเข้าถึงจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง เช่น

เครื่องพนักงาน → Server → File Server → ระบบสำคัญ → Domain

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Ransomware จึงสามารถสร้างผลกระทบในหลายระบบพร้อมกันได้ เพราะผู้โจมตีอาจไม่ได้โจมตีทุกเครื่องตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ ขยายขอบเขตการเข้าถึงภายในองค์กร

04 — DATA EXFILTRATION & PREPARATION 📤
“ก่อนทำลายระบบ ผู้โจมตีอาจเอาข้อมูลออกไปก่อน”

เมื่อเข้าถึงระบบและข้อมูลสำคัญได้แล้ว ผู้โจมตีอาจเลือกนำข้อมูลออกจากองค์กรก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการเข้ารหัส

ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือกดดันเพิ่มเติม เช่น ขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลหากองค์กรไม่จ่ายค่าไถ่

ขณะเดียวกัน ผู้โจมตีก็อาจเตรียมระบบสำหรับการโจมตีขั้นสุดท้าย เช่น จัดการกับ Security Controls หรือ Backup ที่สามารถเข้าถึงได้

ดังนั้น แม้องค์กรจะสามารถกู้ไฟล์กลับมาได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจะไม่ถูกนำออกไปแล้ว

05 — ENCRYPTION & EXTORTION 🔴
“ลงมือสร้างผลกระทบ”

เมื่อผู้โจมตีเตรียมสภาพแวดล้อมพร้อมแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนที่คนส่วนใหญ่มองเห็นทันที

ไฟล์ถูกเข้ารหัส → ระบบหยุดชะงัก → ธุรกิจได้รับผลกระทบ → Ransom Note ปรากฏขึ้น

บางกรณีอาจมีการข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมยออกไปด้วย ดังนั้น Ransomware จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ “ล็อกไฟล์เพื่อเรียกเงิน” แต่ในหลายกรณีเป็นการผสมกันระหว่าง การหยุดการทำงานของระบบ และการกดดันด้วยข้อมูลที่ถูกขโมย

⁉ แล้วทำไมเราต้องเข้าใจ Timeline นี้

เพราะเมื่อพบว่า “ไฟล์ถูกเข้ารหัส” สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอาจเป็นเพียง Stage 5

คำถามที่สำคัญกว่าคือ

ผู้โจมตีเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?
เข้ามาทางไหน?
เข้าถึงระบบอะไรไปแล้วบ้าง?
มีการเคลื่อนที่ไปยังระบบอื่นหรือไม่?
ข้อมูลถูกนำออกไปหรือไม่?
และยังมีช่องทางที่ผู้โจมตีสามารถกลับเข้ามาได้อีกหรือไม่?

การตอบคำถามเหล่านี้ต้องอาศัยหลักฐานจากระบบ เช่น Logs, Endpoint Data, Network Records และข้อมูลอื่น ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ เพราะ Ransomware ที่เราเห็น อาจเป็นเพียงตอนจบของเรื่องที่เริ่มต้นมานานแล้ว

การเข้าใจ Attack Timeline ช่วยให้องค์กรมอง Incident ได้ครบกว่าแค่ “ระบบถูกเข้ารหัส” และช่วยให้การตรวจสอบมุ่งไปถึงต้นเหตุ ขอบเขต และสิ่งที่ผู้โจมตีทำไว้ก่อนเกิดความเสียหาย

Contact Us
[email protected]
LINE OA:
+66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

⏳ ผู้เชี่ยวชาญอาจมาถึง หลังหลักฐานหายไปแล้วเมื่อเกิด Cyber Incident หลายองค์กรอาจเริ่มต้นด้วยการให้ทีม IT หรือ Managed S...
13/08/2026

⏳ ผู้เชี่ยวชาญอาจมาถึง หลังหลักฐานหายไปแล้ว

เมื่อเกิด Cyber Incident หลายองค์กรอาจเริ่มต้นด้วยการให้ทีม IT หรือ Managed Service Provider เข้าจัดการก่อน และใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันกว่าจะตัดสินใจเรียกผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Forensics เข้ามา

แต่ระหว่างนั้น ระบบอาจถูกดำเนินการไปแล้ว เช่น

🔹 Restore Server จาก Backup
🔹 Rebuild หรือ Reformat เครื่อง
🔹 เปลี่ยนหรือหมุนเวียน Password และ Accounts
🔹 เชื่อมต่อระบบกลับเข้ากับ Network
🔹 ลบหรือเปลี่ยนแปลง Logs และข้อมูลบนระบบ

ปัญหาคือ... เมื่อถึงเวลาที่ Forensic Investigator เข้ามา สภาพแวดล้อมเดิมอาจไม่เหลืออยู่แล้ว

ทำให้หลักฐานสำคัญที่ใช้ตอบคำถามว่า

❓ ผู้โจมตีเข้ามาได้อย่างไร?
❓ มีการขโมยข้อมูลออกไปหรือไม่?
❓ ผู้โจมตียังสามารถเข้าถึงระบบได้อยู่หรือไม่?
❓ มีระบบอื่นที่ถูกโจมตีต่อหรือไม่?
❓ องค์กรมีหน้าที่ต้องรายงานเหตุการณ์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่?

อาจไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างสมบูรณ์

Digital Forensics ไม่ควรเป็นสิ่งที่ค่อยเรียกเมื่อทุกอย่างถูกแก้ไขไปแล้ว

การมี Forensic Provider อยู่ใน Incident Response Plan ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ช่วยให้องค์กรสามารถประสานงานและรักษาหลักฐานสำคัญได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

เพราะใน Cyber Incident...

ยิ่งใช้เวลานาน หลักฐานก็ยิ่งมีโอกาสเปลี่ยนแปลงหรือสูญหาย

🛡️ Prepare before the incident. Preserve before the evidence is gone.

แกะรอยความจริงในบทความฉบับเต็มได้ที่นี่https://icmscyber.com/wp-content/uploads/2026/08/Why-Digital-Forensics-Must-Be-Part-of-Your-Incident-Response-Plan-Eng.pdf

📩 ICMS Cyber Solution ให้บริการ Digital Forensics & Incident Response (DFIR) สำหรับองค์กรที่ต้องการตรวจสอบและเก็บรักษาหลักฐานจาก Cyber Incident อย่างเป็นระบบ

Contact Us
[email protected]
LINE OA:
+66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

13/08/2026

แจ้งเตือน แคมเปญมัลแวร์ TencShell และ Gshell โจมตีระบบบริหารจัดการ ควรตรวจสอบและจำกัดการเข้าถึงระบบโดยทันที

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบรายงานแคมเปญการโจมตีที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานควบคุมและสั่งการ (Command and Control - C2) ของมัลแวร์ TencShell และ Gshell ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมระบบ ขโมยฐานข้อมูล และฝังตัวอยู่ในระบบผ่านหน้าเว็บสำหรับควบคุมเครื่อง (Web Shell) ได้ และจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ใช้มัลแวร์นี้ และเทคนิคหลายรูปแบบร่วมกันในการโจมตี โดยส่งผลกระทบต่อระบบบริหารจัดการในหลายประเทศแล้ว [1] [2]

1. รายละเอียดมัลแวร์
1.1 TencShell ถูกพัฒนาด้วยภาษา Go และมีพื้นฐานจาก Rshell ซึ่งเป็นเครื่องมือโอเพนซอร์สสำหรับทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมและสั่งการผ่านเครือข่าย (Command and Control - C2) โดย Cato CTRL รายงานการตรวจพบและการสกัดกั้นความพยายามบุกรุกจาก TencShell ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ที่มุ่งโจมตีผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมผ่านช่องทางการเข้าถึงของบุคคลที่สาม (third-party access) [1]
1.2 Hunt.io ได้เผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยตรวจสอบจากโครงสร้างพื้นฐาน C2 ของ TencShell จนพบไดเรกทอรีของผู้ปฏิบัติการ ซึ่งมีซอร์สโค้ดของเหยื่อ สคริปต์เจาะระบบเฉพาะทาง บันทึกการปฏิบัติการ และหน้าเว็บปลอมสำหรับหลอกเก็บข้อมูลรับรองตัวตน พร้อมทั้งระบุถึง Gshell ซึ่งประเมินแล้วว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐาน C2 อีกชุดหนึ่งที่ถูกใช้งานโดยผู้ปฏิบัติการกลุ่มเดียวกับ TencShell เนื่องจากพบเซิร์ฟเวอร์บางส่วนที่ให้บริการทั้งสองระบบร่วมกัน ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบันยังไม่มีการระบุชื่อกลุ่มภัยคุกคามหรือกลุ่ม Advanced Persistent Threat (APT) ที่เชื่อมโยงกับแคมเปญดังกล่าวอย่างเป็นทางการ [2]

2. รูปแบบพฤติกรรมและข้อมูลที่ตรวจพบ[2]
จากรายงานของ Hunt.io พบพฤติกรรมการโจมตีเว็บแอปพลิเคชันด้วยเทคนิค SQL Injection โดยมีการใช้เครื่องมือ SQLMap เพื่อทดสอบและเข้าถึงฐานข้อมูล การพยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการยืนยันตัวตน การเข้าถึงส่วนบริหารจัดการระบบ และการติดตั้ง Web Shell เพื่อคงช่องทางการเข้าถึงระบบภายหลังการโจมตี นอกจากนี้ ยังพบการจัดเตรียมเครื่องมือ สคริปต์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในขั้นตอนต่าง ๆ ของการโจมตี ตั้งแต่การค้นหาเป้าหมาย การใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของระบบ ไปจนถึงการควบคุมระบบภายหลังการเข้าถึงสำเร็จ ซึ่งจากการวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานของแคมเปญ พบว่า TencShell และ Gshell มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานบางส่วนร่วมกัน ประเมินได้ว่าถูกใช้งานโดยผู้ปฏิบัติการกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ ลักษณะการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการใช้เครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนร่วมกันเพื่อสนับสนุนการโจมตี จึงควรเพิ่มการเฝ้าระวัง ตรวจสอบบันทึกเหตุการณ์ และติดตามตัวบ่งชี้การคุกคาม (IOCs) ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

3. ระบบที่ควรเฝ้าระวัง
3.1 ระบบ Web Application และ Web Server ที่เปิดให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต
3.2 ระบบบริหารจัดการที่มีหน้า Administrator หรือ Management Interface
3.3 ระบบที่มีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลและรองรับการรับค่าจากผู้ใช้งาน
3.4 ระบบที่มีฟังก์ชันอัปโหลดไฟล์หรือจัดเก็บไฟล์ผ่านเว็บ

4. แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรับมือ
4.1 ตรวจสอบ Web Server Log, Web Application Firewall (WAF), Firewall, Proxy, IDS/IPS, EDR และ SIEM ย้อนหลัง เพื่อค้นหาคำขอหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ โดยเฉพาะ SQL Injection การหลีกเลี่ยงการยืนยันตัวตน การใช้งาน Session ที่ผิดปกติ การเข้าถึงไฟล์หรือ Path สำคัญ และการอัปโหลดหรือสร้างไฟล์ที่ไม่รู้จัก
4.2 ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งานและบัญชีที่มีสิทธิ์สูง โดยเฉพาะการสร้างบัญชีใหม่ การเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ การเข้าสู่ระบบจากหมายเลขไอพีหรือช่วงเวลาที่ผิดปกติ และการเข้าถึงหน้า Administrator โดยไม่ได้รับอนุญาต
4.3 ตรวจสอบ Web Root, Temporary Directory และ Directory สำหรับอัปโหลดไฟล์ เพื่อค้นหา Web Shell สคริปต์ หรือไฟล์ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ รวมถึงตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงไฟล์ย้อนหลังเทียบกับชุดไฟล์ที่เชื่อถือได้
4.4 ตรวจสอบฐานข้อมูลเพื่อค้นหาการ Query, Dump หรือ Export ข้อมูลจำนวนมากผิดปกติ รวมถึงการเข้าถึงตารางบัญชีผู้ใช้งาน ข้อมูลยืนยันตัวตน หรือข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนการเพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.5 อัปเดตระบบปฏิบัติการ Web Server, Framework, Library, Database และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องให้เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขด้านความปลอดภัย และทบทวนการตั้งค่าระบบที่เปิดให้เข้าถึงจากภายนอก
4.6 จำกัดการเข้าถึงหน้า Administrator และ Management Interface จากอินเทอร์เน็ตโดยตรง หากไม่มีความจำเป็น และพิจารณาใช้ VPN, IP Allowlist หรือมาตรการควบคุมการเข้าถึงที่เหมาะสม

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/dkgamczfj8
[2] https://dg.th/02ewhvblyk

กรณีพบเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือพฤติกรรมน่าสงสัย
Email : [email protected] โทร 02 114 3531 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
ด้วยความปรารถนาดี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) / ThaiCERT

🔎 The Most Valuable Evidence Is Often Temporaryเมื่อเกิด Cyber Incident สิ่งที่มีค่าที่สุดอาจเป็นหลักฐานที่ หายไปได้ตลอด...
11/08/2026

🔎 The Most Valuable Evidence Is Often Temporary

เมื่อเกิด Cyber Incident สิ่งที่มีค่าที่สุดอาจเป็นหลักฐานที่ หายไปได้ตลอดเวลา

Security Logs อาจถูกเก็บไว้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง
Cloud Audit Records อาจถูกเขียนทับ
ข้อมูลบน Endpoint อาจเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีการใช้งานหรือ Restart เครื่อง

และหลักฐานบางอย่างอาจหายไปทันทีเมื่อระบบถูกปิด เช่น

• Temporary Files
• Memory (RAM)
• Active Network Connections
• Processes ที่ผู้โจมตีกำลังใช้งาน
• ร่องรอยการเชื่อมต่อและการทำงานของ Malware

แม้แต่การแก้ไขปัญหาด้วยความหวังดี ก็อาจเปลี่ยนแปลงหลักฐานได้

❌ Restart หรือ Shutdown ระบบ
❌ Reformat เครื่องที่ติด Malware
❌ Restore Server จาก Backup
❌ ลบไฟล์หรือโปรแกรมที่สงสัย
❌ เปลี่ยนแปลง Configuration เพื่อเร่งแก้ปัญหา

สิ่งเหล่านี้อาจช่วยให้ระบบกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน อาจทำให้เราเสียหลักฐานสำคัญที่ตอบคำถามว่า

“ผู้โจมตีเข้ามาได้อย่างไร?”
“เข้าถึงอะไรไปบ้าง?”
“มีการเคลื่อนย้ายไปยังระบบอื่นหรือไม่?”
“ข้อมูลใดถูกเข้าถึงหรือขโมยออกไป?”

ไม่ได้หมายความว่าองค์กรควรหยุดการ Containment หรือ Recovery

แต่หมายความว่า...

🛡️ การควบคุมเหตุการณ์และการเก็บรักษาหลักฐาน ต้องดำเนินการไปด้วยกัน

ในช่วง Cyber Incident ทุกการกระทำบนระบบอาจเปลี่ยนแปลง Digital Evidence ได้ ดังนั้น Evidence Preservation ไม่ควรเป็นสิ่งที่คิดหลังเกิดเหตุ แต่ควรมีแผนไว้ตั้งแต่ก่อนเกิด Incident

เพราะเมื่อหลักฐานหายไปแล้ว.....เราอาจไม่สามารถย้อนกลับไปเก็บมันได้อีก

บทความฉบับเต็ม : https://staging.icmscyber.com/.../Why-Digital-Forensics...

หากองค์กรของคุณกำลังเผชิญ Cyber Incident และต้องการ Digital Forensics & Incident Response (DFIR)

📩 Contact Us
🌐 https://lnkd.in/gYHYNGpg
📧 [email protected]
💬 LINE OA:
📞 +66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

เมื่อองค์กรโดน Ransomware โจมตี... คุณจะโทรหาใครเป็นคนแรก? 🤔หลายองค์กรฝากความหวังไว้กับทีม IT ภายในเมื่อเกิดเหตุการณ์ Ra...
10/08/2026

เมื่อองค์กรโดน Ransomware โจมตี... คุณจะโทรหาใครเป็นคนแรก? 🤔

หลายองค์กรฝากความหวังไว้กับทีม IT ภายในเมื่อเกิดเหตุการณ์ Ransomware ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะทีม IT มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความเสียหาย กู้คืนระบบ และนำ Backup กลับมาใช้งาน

แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ยังมีคำถามสำคัญที่องค์กรต้องตอบให้ได้ เช่น

🔍 แฮกเกอร์เข้ามาในระบบตั้งแต่เมื่อไร?
🔍 มีการเคลื่อนย้าย (Lateral Movement) ไปยังเครื่องหรือเซิร์ฟเวอร์อื่นหรือไม่?
🔍 มีข้อมูลสำคัญถูกนำออกจากองค์กร (Data Exfiltration) หรือไม่?
🔍 หลักฐานดิจิทัลมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการดำเนินคดีหรือการเคลมประกันไซเบอร์หรือไม่?

คำถามเหล่านี้มักต้องอาศัย Digital Forensics ซึ่งเป็นกระบวนการสืบสวนและวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัล เพื่อสร้างลำดับเหตุการณ์ (Event Reconstruction) ระบุขอบเขตของความเสียหาย และรักษาความสมบูรณ์ของหลักฐานตามหลักสากล

การรับมือเหตุการณ์ไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การเลือกว่าจะใช้ทีม IT หรือทีม Forensics แต่คือการให้ทั้งสองทีมทำงานร่วมกัน

เมื่อ IT ดูแลการฟื้นฟูระบบ ขณะที่ทีม Forensics รักษาและวิเคราะห์หลักฐาน องค์กรจะสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้รวดเร็ว พร้อมมีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการดำเนินคดีหากจำเป็น

🔗 แกะรอยความจริงในบทความฉบับเต็มได้ที่นี่https://icmscyber.com/wp-content/uploads/2026/08/Why-Digital-Forensics-Must-Be-Part-of-Your-Incident-Response-Plan-Eng.pdf

📩 Contact Us
🌐 https://lnkd.in/gYHYNGpg
📧 [email protected]
💬 LINE OA:
📞 +66-2-115-5125 | +66-65-607-3133

ที่อยู่

15th Floor, 253 Asoke Building, 21 Sukhumvit Road, Khlong Toei Nuea, Wattana
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ICMS Cyber Solutionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์