Forth Lighting เปลี่ยน...เพื่อคุณ...เพื่อโลกของเรา

จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์มายาวนานกว่า 20 ปีของบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และการต่อยอดความรู้ไปสู่ธุรกิจระบบสัญญาณไฟจราจร LED รายแรกของประเทศไทยด้วยผลงานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วกับการติดตั้งและบริหารระบบสัญญาณไฟจราจร LED กว่า 13 ปี ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ

วันนี้เมื่อเทคโนโลยี LED เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจหลอดไฟ เราจึงพร้อมผสมผสานความรู้ ความเชี่ยว

ชาญในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และประสบการณ์ในธุรกิจระบบสัญญาณไฟจราจร LED รวมทั้งโรงงานมาตรฐานระดับสูงของเราที่สามารถประกอบและผลิตสินค้าได้อย่างมีคุณภาพ บริษัทจึงก่อตั้ง "Forth Lighting" เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย เพื่อให้คุณเป็นส่วนสำคัญในการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานขับเคลื่อนโลกสีเขียว (Green World) ของเร

ติดต่อsale
วิริยา กิตตินันท์ 090-198-7040, 081-929-3210
ไตรทิพย์ หนุนงาม 086-500-8881
ณัฐสิทธิ์ ตั้งวิทยาภมิ 086-798-6664

Forth lighting ยินดีนำเสนอโคมไฟ ECO Series ซึ่งเป็นโคมไฟถนนที่ทนไอเกลือจากชายฝั่งทะเล ใช้วัสดุเกรดสูงและการเคลือบผิวคุณภ...
20/05/2025

Forth lighting ยินดีนำเสนอโคมไฟ ECO Series ซึ่งเป็นโคมไฟถนนที่ทนไอเกลือจากชายฝั่งทะเล ใช้วัสดุเกรดสูงและการเคลือบผิวคุณภาพดีทนต่อสภาพอากาศแม้ติดตั้งนอกชายฝั่ง อุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพสูงปลอดภัยและทนทาน ซึ้งได้ยืนยันจากการใช้งานจริง

Forth lighting proudly present ECO Series street light for application install at sea. The ECO street light come with high resistance to corrosion material and high quality powder coat finish. resist to salt spray and harsh environment. This is truly a sea proof luminaire.

📢ประชาสัมพันธ์สำหรับผู้สนใจอบรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ แอลอีดี 📌1.หลักสูตร ข้อเท็จจริงที่จำเป็นต้องรู้ของผลิตภัณฑ์ แอลอีดี📌2....
30/04/2024

📢ประชาสัมพันธ์สำหรับผู้สนใจอบรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ แอลอีดี

📌1.หลักสูตร ข้อเท็จจริงที่จำเป็นต้องรู้ของผลิตภัณฑ์ แอลอีดี
📌2.หลักสูตร Lighting pollution and mitigation solutions

รายละเอียด

หลักสูตร ข้อเท็จจริงที่จำเป็นต้องรู้ของผลิตภัณฑ์ แอลอีดี

ระหว่างวันที่ 8 - 9 พฤษภาคม 2567
เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารวสท.

อัตราค่าสมัคร :
ก่อน 18 เม.ย. 67 - 5,350 ฿
หลัง 18 เม.ย. 67 - 5,885 ฿
(ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว)
รับจำนวนจำกัด เพียง 40 ท่าน

วิทยากร :
รศ. ไชยะ แช่มช้อย
- อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย

📌ลงทะเบียน - https://forms.gle/EQ3q697AjfmZ8bRe8

หลักสูตร Lighting pollution and mitigation solutions

ระหว่างวันที่ 29 - 30 พฤษภาคม 2567
เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารวสท.

อัตราค่าสมัคร :
ก่อน 2 พ.ค. 67 - 5,350 บาท
หลัง 2 พ.ค. 67 - 5,885 บาท
(ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว)
รับจำนวนจำกัด เพียง 40 ท่าน

วิทยากร :
รศ. ไชยะ แช่มช้อย
- อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย

📌ลงทะเบียน - https://forms.gle/TizwWQB9iYCMW2SP8

13/04/2024
อัพเดทสินค้าบัญชีนวัตกรรมไทยของฟอร์ท ไลท์ติ้ง  ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย หากท่านสนใจ ติดต่อ 02-118-6118
14/02/2024

อัพเดทสินค้าบัญชีนวัตกรรมไทยของฟอร์ท ไลท์ติ้ง
ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย

หากท่านสนใจ ติดต่อ 02-118-6118

16/03/2022

แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้ถนนในโครงการติดตั้งทดสอบไฟส่องสว่าง LED บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 หน้าปั้มบางจา....

23/04/2021

สวทช.-จุฬาฯ-วท.กห. โชว์นวัตกรรม ‘แบตฯสังกะสีไอออน’ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม-ไร้การระเบิด!

วันที่ 21 เม.ย. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้พูดคุยเปิดตัวโชว์ถึง นวัตกรรมเพื่อการพัฒนา “แบตเตอรี่สังกะสีไอออน” แบตเตอรี่ทางเลือกใหม่ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2564 หรือ NAC2021 ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD)

อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูนัก โดย ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ หรือ National Security and Dual-Use Technology Center (NSD) ถือเป็นศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีน้องใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
อีกทั้ง ศูนย์ NSD เปิดขึ้นมาเพื่อช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve ที่ 11 หรือ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะรับผิดชอบในการส่งเสริมและวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสองทาง (Dual-Use) คือสามารถใช้งานได้ทั้งภารกิจด้านความมั่นคงและภาคพลเรือนทั่วไป

ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. กล่าวว่า ทุกวันนี้แบตเตอรี่ที่นิยมใช้เชิงพาณิชย์คือแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานสูงที่สุดเมื่อเทียบต่อน้ำหนักของแบตเตอรี่ เหมาะต่อการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ต้องเคลื่อนย้ายพกพาได้สะดวก แต่ยังมีข้อจำกัดคือปัญหาด้านความปลอดภัย เนื่องจากการผลิตแบตเตอรี่ชนิดนี้ใช้อิเล็กโทรไลต์อินทรีย์ซึ่งเป็นพิษและไวไฟ สามารถระเบิดได้ นอกจากนี้แบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออนยังมีส่วนผสมของโลหะหนัก ปัจจุบันใช้วิธีกำจัดด้วยการฝังกลบ แต่หากมีการใช้จำนวนมาก ย่อมมีโอกาสเกิดการรั่วไหลของสารพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมได้

“ไม่เพียงปัญหาด้านความปลอดภัย การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบลิเทียมในประเทศไทยยังต้องอาศัยการพึ่งพาต่างประเทศเป็นหลัก เพราะประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตแร่ลิเทียม ต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ขณะเดียวกันทรัพยากรแร่ลิเทียมยังเป็นแร่หายาก หากมีความต้องการใช้ในปริมาณมากเพื่อสร้างระบบกักเก็บไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน รวมถึงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อาจจะทำให้เกิดภาวะขาดแคลน และเกิดการขัดแย้งแย่งชิงทรัพยากรในอนาคต”

อดิสร เตือนตรานนท์ นักวิจัยศูนย์ NSD สวทช. กล่าวว่า แบตเตอรี่สังกะสีไอออนที่ทีมวิจัยศูนย์ NSD ร่วมกันพัฒนานั้น ได้นำเทคโนโลยีกราฟีนเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บประจุของแบตเตอรี่ มีค่าการเก็บประจุสูงถึง 180-200 mAh/g และมีค่าความหนาแน่นพลังงานอยู่ในช่วง 180-200 Wh/kg ให้ค่าแรงดันได้ 1.2–1.4 โวลต์ สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 1,000 รอบ มีประสิทธิภาพด้านความหนาแน่นพลังงานสูงกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรด และสามารถเทียบเคียงกับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนบางชนิดได้

นอกจากนั้นแล้วแบตเตอรี่สังกะสีไอออนยังมีจุดเด่นในหลายด้าน เช่น ด้านราคา ด้านความปลอดภัย และด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากวัตถุดิบสังกะสีมีราคาถูกและมีปริมาณมากในธรรมชาติ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยสูง คือไม่ติดไฟและไม่ระเบิดแม้ถูกเจาะ ทั้งยังให้สมรรถนะที่ดี ที่สำคัญไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพราะสามารถนำมารีไซเคิลได้

สำหรับแนวทางการนำไปใช้งาน เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่ แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าในบ้านพักอาศัย สถานีวิทยุสื่อสารทหาร รถไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า หรือสถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง อาทิ แท่นขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น

ด้วยศักยภาพของแบตเตอรี่สังกะสีไอออนทั้งประสิทธิภาพ ราคา และความปลอดภัย ทำให้มีการตั้งเป้าพัฒนาสู่ ‘แบตเตอรี่สมรรถนะสูง’ จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการสร้าง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ ให้แก่ประเทศ โดยแบตเตอรี่สังกะสีไอออนที่ศูนย์ NSD วิจัยพัฒนาขึ้นมามีประสิทธิภาพที่ไม่ได้ด้อยกว่าแบตเตอรี่แบบลิเทียมที่ใช้กันอยู่ปัจจุบัน

อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญประเทศไทยมีแหล่งสำรองแร่สังกะสี จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทางด้านการผลิตแบตเตอรี่สังกะสีแบบปลอดภัยได้เองในประเทศ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วย

ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัยพัฒนาแบตฯสังกะสีไอออน
1.)เป็นงานวิจัยพัฒนาแบตเตอรี่ทางเลือกใหม่ สร้างเทคโนโลยีที่เป็นองค์ความรู้ของคนไทย
2.)สร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางพลังงานของประเทศ เสริมสร้างให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันทางพลังงานและมีเสถียรภาพทางด้านพลังงาน
3.)คุณสมบัติเด่นคือ ปลอดภัย ไม่ระเบิด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีวัตถุดิบที่ผลิตได้เองภายในประเทศ

สถานะงานวิจัย
การพัฒนางานวิจัยอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการและภาคสนามเบื้องต้น
และในขณะนี้ สวทช. ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) จัดตั้งและดำเนินการศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความมั่นคง เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัย และเป็นศูนย์กลางในเครือข่ายงานวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่ ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ อีกทั้งยังมีการจัดทำ โครงการศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนจัดตั้งโรงงานต้นแบบแบตเตอรี่สังกะสีไอออนในประเทศไทย

โดยได้รับการสนับสนุนทุนการวิจัยจากแหล่งทุน กฟผ.-สวทช. เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาและผลักดันเทคโนโลยีแบตเตอรี่สังกะสีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และมีแผนจัดสร้างโรงงานต้นแบบแบตเตอรี่สังกะสีไอออน ที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi (Eastern Economic Corridor of Innovation) ซึ่งตั้งอยู่ในวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยองในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่จะสร้างทั้งรายได้ ความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศ

---------------------------------------------------------------------------

Thailand Development Report หรือ TDR เป็นบล็อกข่าวและข้อมูลที่ทำขึ้นมาเพื่อมุ่งเน้นในการนำเสนอข่าวและบทความด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

ช่องทางการติดตาม
Facebook : Thailand Development Report
Website : thdevelopmentreport.blogspot.com

ติดต่อสอบถามข้อมูล สนับสนุนเพจ
E-mail : [email protected]
Tel : 092-2529509 (คุณไอซ์)

ที่อยู่

1053/1 Phahonyothin Road, Phaya Thai, Phaya Thai
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621186118

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Forth Lightingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์