Wisesight Wisesight provide you with smart solutions that help your business gain sustainable advantages and al Aim the goal as global social media measuring standard.

We at Wisesight provide you smart solutions that help your business gain sustainable advantages and always win the game. Ensure your business

"วิ่งแลกของ" ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คนวิ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงขึ้นช่วงนี้หลายแบรนด์เปิดแคมเปญวิ่งสะสมระยะ...
06/08/2026

"วิ่งแลกของ" ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คนวิ่ง
แต่เป็นผลลัพธ์ของคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงขึ้น
ช่วงนี้หลายแบรนด์เปิดแคมเปญวิ่งสะสมระยะ แลกเสื้อ แลกเหรียญ แลกรางวัล จนหลายคนอาจคิดว่า "ของรางวัล" คือสิ่งที่ทำให้คนออกมาวิ่ง
แต่ข้อมูลกำลังบอกอีกเรื่องหนึ่ง
จากการวิเคราะห์ Topic Analysis โดย Wisesight Research พบว่า การพูดถึง Run Club บนโซเชียลเติบโตจากขึ้นประมาณ 131% ในระยะเวลา 1 ปี
📊 นอกจากนี้ 47% ของคนไทยออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
สิ่งที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่จำนวนคนวิ่ง
แต่คือการเติบโตของ Community
ผู้คนชวนกันวิ่ง แชร์สถิติ นัดพบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง จนการวิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์มากกว่าจะเป็นเพียงการออกกำลังกาย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายแคมเปญ "วิ่งแลกของ" ได้รับความสนใจ
เพราะแบรนด์ไม่ได้กำลังสร้างพฤติกรรมใหม่
แต่กำลังเข้าไปต่อยอดพฤติกรรมที่เกิดขึ้นแล้วในคอมมูนิตี้
นี่คือทิศทางของ Community Marketing ในวันนี้
จากการสร้างกิจกรรมให้คนมาร่วม
สู่การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่ผู้คนสร้างขึ้นเอง
แต่คำถามสำคัญคือ...
แบรนด์จะรู้ได้อย่างไรว่า คอมมูนิตี้ไหนกำลังเติบโต และควรเข้าไปมีบทบาทในจังหวะไหน?
เบื้องหลังการเติบโตของ Run Club มีข้อมูลและบทสนทนาที่สะท้อนมากกว่าจำนวนคนวิ่ง เพราะทุกการพูดถึงคือสัญญาณที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค และมองเห็นโอกาสในการสร้าง Community Marketing ที่มีความหมาย
ในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ Wisesight Research นำ Social Data มาถอดรหัสการเติบโตของ Run Club พร้อมอธิบายว่าคอมมูนิตี้ก่อตัวขึ้นได้อย่างไร ผู้บริโภคพูดถึงอะไร และแบรนด์สามารถนำอินไซต์เหล่านี้ไปต่อยอดเป็นกลยุทธ์ Community Marketing ได้อย่างไรเพื่อให้ได้เอนเกจเมนต์สูงถึง 1 ล้านเอนเกจเมนต์
📖 ดาวน์โหลดบทวิเคราะห์ฉบับเต็มฟรีได้ที่นี่ > https://bit.ly/runclub-community-marketing

🔎  Social Touchpoint ฉบับ CS (Customer Service) มีอะไรบ้าง?มาทำความเข้าใจ พร้อมอ่านตัวอย่างจาก 6 อุตสาหกรรม[ Social Touc...
06/08/2026

🔎 Social Touchpoint ฉบับ CS (Customer Service) มีอะไรบ้าง?
มาทำความเข้าใจ พร้อมอ่านตัวอย่างจาก 6 อุตสาหกรรม
[ Social Touchpoint สำหรับการทำ CS มีอะไรบ้าง? ]
1️⃣ Chat Support
ช่องทางหลักที่ลูกค้าทักเข้ามาถามข้อมูล ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งปัญหาแบบทันที
2️⃣ Comment & Inbox
จุดที่ลูกค้าแสดงความเห็น ถามราคา ขอรายละเอียด หรือสะท้อนประสบการณ์หลังใช้สินค้าและบริการ
3️⃣ Call Center หรือ Social Admin
เป็น Human Touchpoint ที่ช่วยสร้างความมั่นใจ เพราะลูกค้าได้คุยกับคนจริง และคาดหวังคำตอบที่เร็ว ถูกต้อง และชัดเจน
4️⃣ Ticket หรือ Case Management
ระบบเปิดเคสเพื่อจัดการปัญหาของลูกค้าอย่างเป็นขั้นตอน ลดโอกาสเคสตกหล่น และช่วยให้ทีมติดตามผลได้ง่ายขึ้น
5️⃣ FAQ หรือ Help Center
Touchpoint นี้ช่วยให้ลูกค้าหาคำตอบพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง ลดภาระทีม CS และทำให้การบริการเร็วขึ้น
6️⃣ Review, UGC หรือ Complaint Channel
พื้นที่ที่ลูกค้าบอกต่อประสบการณ์จริง ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งแบรนด์สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงบริการได้
ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรมมี Touchpoint ที่ต้องให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน ดังนั้นการทำ CS ที่ดีต้องเข้าใจว่าแต่ละ Touchpoint มีหน้าที่อะไร วัดผลด้วย KPI อะไร และจะปรับให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นได้อย่างไรด้วย
📌 อ่านบทความเต็ม Touchpoint คืออะไร พร้อมตัวอย่างจาก 6 อุตสาหกรรมได้ที่ 👉🏼https://bit.ly/what-is-touchpoint

31/07/2026

เจาะอินไซต์อินฟลูฯ #เจนอัลฟ่า
แบบไม่ต้องร้อง...

วอดส์?!

31/07/2026

สรุป 5 กลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องปรับ
ถ้าไม่อยากตกขบวน
ในครึ่งปีหลัง 2026
อ่านต่อที่คอมเมนต์ 👇

ในเวลาไม่ถึง 3 ปี AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของแทบทุกองค์กรตั้งแต่การเขียนคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการเขียนโ...
23/07/2026

ในเวลาไม่ถึง 3 ปี AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของแทบทุกองค์กร
ตั้งแต่การเขียนคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการเขียนโค้ด
ในงาน Wisesight Cheat Day : The Winning Gambit
คุณตั้ง วรัทธน์ วงศ์มณีกิจ Chief Product Officer, Wisesight
ได้ชวนทุกคนตั้งคำถามว่า
"AI จะมาแทนคนไหม?"
แต่จริง ๆ แล้ว คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ
"องค์กรจะทำอย่างไรให้ AI ทำงานร่วมกับคนได้จริง?"
เพราะในอนาคต ต่อให้ AI ฉลาดแค่ไหน หากยังต้องคอย Export Report, Capture Dashboard หรือ Copy & Paste ข้อมูลเข้าไปทุกครั้ง AI ก็ยังเป็นเพียงผู้ช่วยที่รอรับคำสั่ง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ MCP (Model Context Protocol) กำลังกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของโลก AI
หากเปรียบให้เห็นภาพ MCP ก็เหมือน USB - C ของ AI เป็นมาตรฐานกลางที่ทำให้ AI เชื่อมต่อกับเครื่องมือและข้อมูลจากผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Claude, Copilot, Gemini หรือ AI ที่รองรับ MCP
และนี่คือแนวคิดเบื้องหลังของ Wisesight MCP
Wisesight MCP ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเพียงฟีเจอร์ใหม่
แต่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ Social Data กลายเป็นส่วนหนึ่งของ AI Workflow
ลองนึกภาพว่า...
📊 AI สามารถดึงข้อมูลจาก Zocial Eye เพื่อสรุป Insight พร้อมแนะนำโอกาสในการสื่อสารของแบรนด์
🎯 ค้นหา Influencer ที่เหมาะกับแคมเปญจาก Influencer Directory ตามโจทย์ที่กำหนด พร้อมอธิบายเหตุผลในการคัดเลือก
📈 เปรียบเทียบ Performance ของแบรนด์กับคู่แข่งผ่าน Brand Scan แล้วสร้าง Competitor Executive Report หรือ Dashboard เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
🎨 เปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น Presentation, Social Post, Infographic ได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้อง Export Report, Capture Dashboard หรือ Copy & Paste ข้อมูลไปมาระหว่างหลายเครื่องมือ
เพราะคุณค่าของ AI ไม่ได้อยู่ที่การตอบคำถามได้เก่งเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และพร้อมนำไปสร้างคุณค่าได้ทันที
Wisesight MCP ไม่ได้เป็นเพียงการเชื่อมต่อระหว่าง AI กับเครื่องมือของ Wisesight
แต่เป็นการเชื่อม Data สู่ Insight และเกิด Action ใน Workflow เดียว
เพื่อให้ Social Data ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิเคราะห์ แต่พร้อมถูกเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจ การสร้างสรรค์ และการลงมือทำ ผ่าน AI ที่องค์กรใช้งานอยู่ทุกวัน
Wisesight MCP เปิดโอกาสให้ข้อมูลจาก Wisesight ถูกนำไปใช้งานร่วมกับ AI ได้อย่างยืดหยุ่น ตามโจทย์และความท้าทายของแต่ละธุรกิจ โดยไม่จำกัดอยู่แค่รูปแบบการใช้งานเดิม ๆ
สนใจเริ่มใช้งาน Wisesight MCP ติดต่อทีมงาน Wisesight ได้ที่ > https://bit.ly/wisesight-mcp

 ่อ One Person Business Summit ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ จุดกระแสคลื่นลูกใหม่ Solopreneur พลิกโฉมคนทำงานเดี่ยวสู่ธุรกิจทำกำไรด...
23/07/2026

่อ One Person Business Summit ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ จุดกระแสคลื่นลูกใหม่ Solopreneur พลิกโฉมคนทำงานเดี่ยวสู่ธุรกิจทำกำไรด้วยพลัง AI พร้อมรับชมเนื้อหาย้อนหลังได้แล้ววันนี้!
ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับการจัดงาน ‘One Person Business Summit’ มหกรรมสำหรับคนทำธุรกิจตัวคนเดียวครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้น ณ Grand Hall ชั้น 3, True Digital Park (West) โดยงานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งกลุ่ม Creators, Freelancers, Side Hustlers และ Lean SMEs ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานจนเต็มทุกที่นั่ง เพื่อร่วมกันปักหมุดและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ (One-Person Economy) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
จากความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีสถิติชี้ชัดว่า ธุรกิจที่ไม่มีลูกจ้างสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและเติบโตเร็วกว่าธุรกิจแบบเดิมถึงสองเท่า ประกอบกับต้นทุนทางเทคโนโลยีและ AI ที่ลดลงมหาศาล ทำให้กรอบแนวคิดในการทำธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
งานในครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะความท้าทายหลักของนักธุรกิจตัวคนเดียวกว่า 61% ที่ต้องแบกรับทุกฟังก์ชันของธุรกิจจนเกิดอาการ Burn Out งานนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่สำคัญที่ช่วยติดอาวุธให้คนทำงานเดี่ยวสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีระบบรองรับ
ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาคุณภาพ ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Personal Brand & Audience, One Person Business Models, AI & Automation และ Scaling a Solo Business บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเข้มข้นเนื้อหาที่อัดแน่นผ่านเซสชันที่หลากหลาย อาทิ
📌 เซสชัน Zero to Profit with No Capital: โดย คุณอนัญญา สหัสสะรังษี ที่มาเผยกลยุทธ์ปั้น Paypers สู่มูลค่า 256 ล้านบาทใน 6 เดือน ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 0 บาท โดยใช้ 'Career Capital' หรือทักษะที่สั่งสมตลอด 20 ปี มาเป็นทุนในการแก้ปัญหาและสร้างการเติบโตยั่งยืนในฐานะ One Person Business
📌 เซสชัน The Irreplaceable Personal Brand: โดย คุณรษิกา พาณีวงศ์ ถ่ายทอดกลยุทธ์สร้างแบรนด์ที่ AI เลียนแบบไม่ได้ ด้วยแนวคิด 'DCA ตัวตน' สะสมความเชื่อใจตลอด 15 ปี เน้นสร้าง Context และดึง 'เนื้อแท้' มาเป็นจุดขายจนไม่มีใครแทนที่ได้
📌 เซสชัน 10X Happiness One Person Business: โดย คุณศิวัตร เชาวรียวงศ์ เผยกลยุทธ์การบริหารพลังงานและออกแบบชีวิตเพื่อสร้างความสุขคูณสิบ ปรับเปลี่ยนจากเป้าหมายการเงินที่กดดัน มาเป็นการทำงานที่รักและสร้าง Impact เพื่อการเติบโตยั่งยืน
📌 เซสชัน The Philosophy of Building One-Person Business: โดย คุณอานันท์ ตรีฐิติพัฒน์ ร่วมแชร์แนวคิดการออกแบบธุรกิจตาม 'นาฬิกาชีวภาพ' ของตัวเอง โดยใช้การบริหาร 'ชิปความมั่งคั่ง 5 ประการ' เพื่อสร้างสมดุลและความสุขที่แท้จริง

สรุป 5 กลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องปรับถ้าอยากถูกเลือกในปี 2026 ปี 2026 ลูกค้าไม่ได้เลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด แต่เลือกแ...
23/07/2026

สรุป 5 กลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องปรับ
ถ้าอยากถูกเลือกในปี 2026
ปี 2026 ลูกค้าไม่ได้เลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด
แต่เลือกแบรนด์ที่ "เข้าใจเขา" มากที่สุด
Wisesight Research วิเคราะห์ข้อมูลผ่าน
Topic Analysis และ Campaign Analysis
พร้อมสรุป 5 กลยุทธ์ที่แบรนด์ควรรู้
เพื่อเพิ่มโอกาสถูกเลือกจากผู้บริโภคในปี 2026 ดังนี้
👀 ฉก - แย่งความสนใจให้ทันก่อนลูกค้าเลื่อนผ่าน
ทุกวันมีคอนเทนต์จากแบรนด์มากกว่า 5,000 ชิ้น
และอินฟลูเอนเซอร์โพสต์กว่า 2.3 ล้านชิ้นต่อปี
หากหยุดสายตาไม่ได้ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรก โอกาสก็หลุดมือทันที
🪶 ถอด - ลดภาระการตัดสินใจ
ผู้บริโภคไม่ได้หยุดใช้เงิน แต่หลีกเลี่ยง "ภาระ"
แบรนด์จึงควรออกแบบทางเลือกที่ยืดหยุ่น
เช่น ทดลองก่อน เช่าก่อน หรือแพ็กเกจเริ่มต้น
✨ ยั่ว - ให้เห็นคุณค่าก่อนจ่าย
ยุคที่ผู้คนเลือกคอนเทนต์ฟรีและตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
การทำให้ลูกค้าได้ลอง ได้สัมผัส
และเห็นคุณค่าก่อนตัดสินใจ คือกุญแจสำคัญ
✅ เชื่อ - ใช้หลักฐานมากกว่าคำโฆษณา
รีวิวจริง ผู้เชี่ยวชาญจริง ผลลัพธ์จริง
และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ กำลังมีอิทธิพล
ต่อการตัดสินใจมากกว่าข้อความโฆษณา
🤝 สัมผัส - สร้างประสบการณ์ ไม่ใช่แค่โปรโมชัน
ผู้บริโภคไม่ได้จดจำแบรนด์เพราะส่วนลด
แต่จดจำจากประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า "แบรนด์นี้เข้าใจฉัน"
💡 ทั้ง 5 กลยุทธ์นี้มีจุดร่วมเดียวกัน คือ เลิกสื่อสารจากมุมของแบรนด์ แล้วเริ่มจากสิ่งที่ผู้บริโภคให้คุณค่า เพราะคำถามที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจในปี 2026 ไม่ใช่แค่ "แบรนด์ขายอะไร" แต่คือ "ทำไมฉันต้องเลือกแบรนด์นี้"
อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจาก Wisesight Research เพื่อหาแนวทางนำ Social Data ไปพัฒนากลยุทธ์การตลาดเพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/5-strategy-insight
#อินไซต์ผู้บริโภค2026

  กำลังสนใจอะไร และแบรนด์ควรใช้ Influencer สายไหนในการสื่อสาร?ก่อนที่จะเลือก Influencer ต้องเข้าใจว่า Gen Alpha มีพฤติกร...
22/07/2026

กำลังสนใจอะไร และแบรนด์ควรใช้ Influencer สายไหนในการสื่อสาร?
ก่อนที่จะเลือก Influencer ต้องเข้าใจว่า Gen Alpha มีพฤติกรรมและความสนใจในการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) กับคอนเทนต์ประเภทไหน ก่อนที่จะเลือก Influencer ให้ตรงกับความสนใจของกลุ่ม Gen Alpha
วันนี้ ได้รวบรวมข้อมูลจาก Influencer Directory และ Wisesight Trend พบสัดส่วนโดยประมาณจากการวิเคราะห์กลุ่มคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เพื่อวิเคราะห์ว่า Influencer สายไหนที่เหมาะกับการสื่อสารคอนเทนต์ไปยัง Gen Alpha แล้วได้รับ Engagement คุณภาพดีมาให้
5 กลุ่ม Influencer ที่เหมาะสำหรับการสื่อสารไปยังกลุ่ม Gen Alpha
[ 🎮 1. กลุ่ม Gaming ]
💡 เหมาะกับแบรนด์ที่อยากสร้าง Engagement สูง เพราะเกมฮิตอย่าง Roblox และ Minecraft เป็นเหมือนพื้นที่นัดเจอของเด็กยุคใหม่
📌 เทคนิคสื่อสารควรทำคอนเทนต์แบบ Mission, Challenge, เล่นตามได้ หรือให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในคอมเมนต์
______________________

[ 🧑‍🧑‍🧒‍🧒 2. Family-Centric Vlogs & Child Stars ]
💡 เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและความใกล้ชิด เพราะเด็กมองครีเอเตอร์กลุ่มนี้เหมือนเพื่อน พี่น้อง หรือครอบครัวที่คุ้นเคย
📌 เทคนิคสื่อสารควรเน้นที่การใช้ Storytelling แบบครอบครัว ทดลองใช้จริง หรือกิจกรรมที่พ่อแม่และลูกมีส่วนร่วมได้
______________________

[ 🎥 3. Short-Form Skit & Challenge Creators ]
💡 เหมาะกับแบรนด์ที่อยากสร้าง Awareness เร็ว ผ่านคอนเทนต์สั้น จำง่าย และมีโอกาสถูกแชร์ต่อ
📌 เทคนิคสื่อสารควรใช้ Hook ภายใน 3 วินาทีแรก ทำคอนเทนต์จังหวะเร็ว มีมุก มีเสียง มี Challenge หรือ Format ที่ทำตามได้
______________________
[ 🧸 4. Toy Unboxing & Play-Based Storytelling ]
💡 เหมาะกับสินค้าเด็ก ของเล่น ไลฟ์สไตล์ หรือแบรนด์ที่ต้องการให้เด็กเห็นภาพการใช้งานจริง
📌 เทคนิคสื่อสารควรเล่าเป็นเรื่อง เล่นให้ดู และทำให้สินค้าเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ร่วมนั้น ๆ
______________________

[ 📂5. Edutainment ]
💡 เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเนื้อหาที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ปกครอง (Parent-Approved Content) เพราะให้ทั้งความสนุกและประโยชน์ที่ผู้ปกครองยอมรับได้
📌 เทคนิคสื่อสารควรเน้นไปที่การผสมความรู้เข้ากับเพลง เกม ภาพจำ หรือกิจกรรมที่เด็กทำตามได้ซ้ำ ๆ
______________________

📌 อินไซต์สำคัญคือ การมองหาครีเอเตอร์สายไหนที่ทำให้เด็กอยากมีส่วนร่วม และผู้ปกครองยอมรับได้ เพราะการเลือก Influencer ที่เหมาะ จะช่วยให้แบรนด์วางคอนเทนต์ได้ตรงพฤติกรรมมากขึ้น สื่อสารสนุกขึ้น และสร้างโอกาสในการจดจำแบรนด์ได้ดีกว่าเดิม
✅ ค้นหา วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ Influencer ที่เหมาะกับแคมเปญของคุณได้ที่ 👉🏼 https://bit.ly/wisesight-influencers
*ช่วงอายุของ Audience Gen Alpha วิเคราะห์โดย Wisesight AI
**การจัดกลุ่มของ Influencer วิเคราะห์โดย Wisesight Squeeze ซึ่งเป็น AI Agent ของ Wisesight Platform

  ช่วยให้เห็นอินไซต์เรื่อง "สุขภาพ" จาก Social Voice ว่า...คนบนโซเชียลกำลังถูกพูดถึงในมุมไหน และจะนำ Social Voice ไปต่อย...
21/07/2026

ช่วยให้เห็นอินไซต์เรื่อง "สุขภาพ" จาก Social Voice ว่า...
คนบนโซเชียลกำลังถูกพูดถึงในมุมไหน และจะนำ Social Voice ไปต่อยอดเป็นคอนเทนต์ สินค้า บริการ หรือแคมเปญที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้อย่างไร?
[ 6 เทรนด์สุขภาพที่แบรนด์น่าจับตาในปี 2026 ข้อมูลจาก Social Voice]
1️⃣ Longevity & Healthy Aging : สุขภาพระยะยาวกลายเป็นการลงทุน
2️⃣ Preventive Health & Personalized Nutrition : คนเริ่มดูแลก่อนป่วย และมองหาโภชนาการที่เหมาะกับตัวเอง
3️⃣ AI Health & Telemedicine : เทคโนโลยีสุขภาพเข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น
4️⃣ Wearable Health : ข้อมูลสุขภาพถูกเช็กและติดตามทุกวัน
5️⃣ Mental Wellness & Sleep Quality : สุขภาพจิตและการนอนกลายเป็น Routine สำคัญ
6️⃣ Health Activity & Behavior Change : คนมองกิจกรรมสุขภาพเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง
📌 ดูรายละเอียดการวาง Keyword เพื่อให้ได้อินไซต์เทรนด์สุขภาพ ได้ที่ 👉🏼 https://bit.ly/health-trends-2026
#เทรนด์สุขภาพ2026

 ่อ งานสัมมนาประจำปีครบรอบ 6 ปี The Story Thailand Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “The Future of AI: When Intelligence Meets Re...
20/07/2026

่อ

งานสัมมนาประจำปีครบรอบ 6 ปี The Story Thailand Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “The Future of AI: When Intelligence Meets Reality” ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้กับวงการเทคโนโลยีไทย โดยระดมสมอง 12 ผู้นำนวัตกรรมและผู้บริหารระดับแนวหน้าของประเทศ มาร่วมเปิดเผยความจริงในยุค “AI Realism” ซึ่งเป็นยุคที่กระแสความตื่นเต้นและการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์สิ้นสุดลง และก้าวเข้าสู่สมรภูมิของการพิสูจน์มูลค่าทางธุรกิจ ผลสัมฤทธิ์ทางการเงิน รวมถึงความมั่นคงปลอดภัย ภายใต้ข้อจำกัดเชิงงบประมาณ ข้อมูล และบุคลากรอย่างแท้จริง
ภายในงาน วิทยากรได้ร่วมปลดล็อกมุมมองและนำเสนอกรณีศึกษาเชิงลึก โดยสามารถสรุปเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ 6 ประเด็นหลัก แบ่งเป็น 3 กลยุทธ์ “เกมรุก” (Offensive Strategies) เพื่อกุมความได้เปรียบทางธุรกิจ และ 3 กลยุทธ์ “เกมรับ” (Defensive Strategies) เพื่อปกป้องความมั่นคงขององค์กร

ที่อยู่

123 Suntowers Building B, 33rd Floor, Vibhavadi-Rangsit Road , Chom Phon, Chatuchak
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wisesightผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Wisesight:

ทางลัด

แชร์